วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ทูตไทยนำ นร.เด็กกำพร้าลาวในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเทพฯ ทัศนศึกษาครั้งแรกที่หนองคาย

หนองคาย - เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์
นำนักเรียนจากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67
ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและทำกิจกรรมที่จังหวัดหนองคาย
เด็กนักเรียนตื่นเต้นดีใจ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่
และเรียนรู้นอกตำราครั้งสำคัญในชีวิต

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (9 มิ.ย.) นายวิบูลย์ คูสกุล
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว)
ได้นำคณะนักเรียนระดับชั้น ม.1-ม.5 จำนวน 83 คน และครู จำนวน 30 คน
จากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67 ส.ป.ป.ลาว ในพระอุปถัมภ์
ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เดินทางมาทัศนศึกษาในจังหวัดหนองคาย
โดยเริ่มที่การชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย
บริเวณมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย

ในการนี้ นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
นักเรียนทั้งชายและหญิงต่างพากันตื่นเต้นที่ได้เห็นปลานานาชนิด
ทั้งปลาทะเล และปลาน้ำจืด
ที่รวบรวมและจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้

จากนั้นได้พาคณะทั้งหมดรับประทานอาหารและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม
ไทย-ลาว ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย พร้อมกันนี้
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนางทิพวรรณ กิตติสถาพร
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองคาย ได้มอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา
และเสื้อผ้าให้กับคณะนักเรียนจากลาวด้วย
ก่อนที่คณะนักเรียนและครูจากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67
จะเดินทางด้วยรถไฟระหว่างประเทศหนองคาย-ท่านาแล้ง กลับประเทศลาว
ในช่วงเย็น

นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) กล่าวว่า สมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงเสด็จฯปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 5
มี.ค.ที่ผ่านมา และ จ.นครพนม ทั้งทรงเสด็จฯยังโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า
หลัก 67 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พระองค์ทรงอุปถัมภ์ไว้ เมื่อ 16 ปีที่ผ่านมา
ประกอบกับเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติของลาว

จึง ได้มีการหารือเพื่อจัดกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนในประเทศลาว
ได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์
เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและเยาวชนไทย-ลาว
ให้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
ซึ่งผู้ใหญ่ของไทยและลาวมีความเห็นตรงกันว่าต้องการให้เด็กและเยาวชนทั้งสอง
ประเทศมีการติดต่อไปมาหาสู่กัน เพิ่มพูนความเข้าใจกันมากขึ้น
จึงได้นำเด็กจากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67
มาทัศนศึกษาที่จังหวัดหนองคาย เป็นการนำร่องก่อนเป็นครั้งแรก
ต่อไปจากขยายรูปแบบกิจกรรมให้มากขึ้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีรับสั่งเมื่อครั้งที่เอกอัครราชทูต เข้าเฝ้าฯ ว่า
ขอให้ทูตทำความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว ให้ดีขึ้นให้ได้
ขอให้ทำความเข้าใจระหว่างคนไทยกับคนลาว ทุกภาคส่วน
ซึ่งกิจกรรมนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่รับสนองพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน

ด้าน ท้าวบัวเทบ พวงมะนี นักเรียนชั้น ม.3 บอกว่า
การได้มาทัศนศึกษาในครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ในชีวิตครั้งแรก
และตื่นเต้นมากที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เห็นมาก่อน
โดยจะนำกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ น้องๆ ที่ไม่ได้มาในครั้งนี้ให้ฟัง
ซึ่งครั้งนี้คงจะเป็นโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่ได้มาเที่ยวต่าง
ประเทศเช่นนี้ เพราะโอกาสในการเดินทางมีน้อย
และยังมีรุ่นน้องอีกเป็นจำนวนมากที่รอคอยการได้มาสัมผัสความรู้สึกเช่นเดียว
กันนี้ จึงต้องผลัดเปลี่ยนกัน
หากเป็นไปได้อยากให้ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมเช่นนี้บ่อยๆ

ส่วน นางวิสุดา แก้วพักดี นักเรียนชั้น ป.3 อายุ 9 ปี
บอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่า ดีใจมากที่ได้มาเห็นปลาทะเลชนิดต่างๆ
ในครั้งนี้ จะจดจำไว้ไม่รู้ลืม เช่นเดียวกับ นางไหมยาง มอลือ
นักเรียนชั้น ม.3 ที่บอกว่า เป็น
ความใฝ่ฝันที่อยากจะมาเห็นปลาทะเลมานานแล้ว ความหวังอีกอย่างหนึ่ง คือ
ต้องการเห็นทะเล อยากสัมผัสว่าสภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร
ปลาที่ชมในวันนี้บางชนิดก็เหมือนในตำรา
แต่บางชนิดก็ไม่มีในตำราเรียนในห้องเรียน
จึงเป็นประสบการณ์นอกตำราที่ดีที่ได้เรียนรู้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น