เปิดเวทีพร้อมยื่นหนังสือขับไล่นายอำเภอโพนพิสัย เหตุเซ็นคำสั่งปลดนายก
อบต.วัดหลวง พ้นจากตำแหน่งเหตุขาดคุณสมบัติ ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ
ผู้ว่าเผยคำสั่งนายอำเภอถือว่าเป็นที่สุด หากไม่พอใจยื่นอุทธรณ์ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานจอดรถหน้าที่ว่าการอำเภอโพนพิสัย
จ.หนองคาย มีชาวบ้านในตำบลวัดหลวง อ.โพนพิสัย ประมาณ 300 คน
มารวมตัวชูป้ายขับไล่นายธัมมารัตน์ นาคทอง นอภ.โพนพิสัย ด้วยข้อความต่างๆ
โดยมี ด.ต.พิทยา สาริมูล รองนายก อบต.วัดหลวง เป็นแกนนำ
จากนั้นได้ผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยโจมตีและขับไล่นายธัมมารัตน์ นาคทอง
นายอำเภอโพนพิสัย ที่ออกคำสั่งอำเภอโพนพิสัยที่ 197/2551ให้นายประสิทธิ์
พิมพ์มา นายก อบต.วัดหลวง พ้นจากสมาชิกภาพการเป็นนายก อบต.วัดหลวง
โดยมีเนื้อหาความว่า
ตามที่ได้มีหนังสือร้องขอให้นายอำเภอโพนพิสัยวินิจฉัยความเป็นนายก
อบต.สิ้นสุดลงอันเนื่องมากจากขาดคุณสมบัติของนายประสิทธิ์ พิมพ์มา นายก
อบต.วัดหลวง เนื่องจากอ้างว่ามีพฤติกรรมในทางทุจริตนั้น บัดนี้
นอภ.โพนพิสัย ได้พิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติตามมาตรา 64 วรรคสอง แห่ง
พ.ร.บ.สภาตำบลและ อบต. พ.ศ. 2537 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.
2546 แล้วปรากฏว่า
คณะกรรมการได้ชี้มูลทุจริตโครงการถมดินลูกรังบริเวณวัดโสภาภิมุข
บ้านปากสวย
จึง ทำให้นายประสิทธิ์ พิมพ์มา นายก
อบต.วัดหลวงขาดคุณสมบัติและสิ้นสุดสมาชิกภาพโดยผลของกฎหมายแล้ว สั่ง ณ
วันที่ 28 พ.ค.52 ลงชื่อ นายธัมมารัตน์ นาคทอง นอภ.โพนพิสัย
ด. ต.พิทยา สาริมูล กล่าวว่า
จากคำสั่งดังกล่าวทำให้คณะผู้บริหารและชาวบ้านไม่พอใจจึงได้ทำหนังสือขอความ
เป็นธรรมจากนายอำเภอโพนพิสัย ลงวันที่ 11 มิ.ย.52 โดยเห็นว่า
คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่อำเภอแต่งตั้งมีความเห็นว่า
การดำเนินการทางอาญาและเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง
ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และป.ป.ช.ยังไม่ได้ชี้มูลความผิด
นายประสิทธิ์จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ตาม
พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545
ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2546
ประกอบกับคุณสมบัติบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.
ม.58/1(3) แห่ง พ.ร.บ.สภาตำบลและ อบต. พ.ศ.2537 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่
5 พ.ศ.2546
การรับสมัครเลือกตั้งและจากการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครของ
กกต.จ.หนองคาย นายประสิทธิ์ พิมพ์มา มีคุณสมบัติครบถ้วน และ
กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้นายประสิทธิ์ พิมพ์มา เป็นนายก
อบต.วัดหลวง ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.51 เป็นต้นมา ซึ่งนายธัมมารัตน์ นาคทอง
นอภ.โพนพิสัย ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่นายประสิทธิ์ พิมพ์มา
โดยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
มาตรา 30 โดยไม่ได้ให้นายประสิทธิ์ฯ
มาชี้แจงสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนที่จะออกคำสั่งปลดแต่อย่างใด
จึงถือว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพวกตนถือว่านายประสิทธิ์
ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากนั้น
กลุ่มผู้ชุมนุมได้ส่งหนังสือขอความเป็นธรรมผ่านนายยุคล กาญจนศิริพงศ์
ปลัดอาวุโส อ.โพนพิสัย ก่อนแยกย้ายกันกลับไป
ส่วน นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
กล่าวถึงกรณีนี้ว่า
ที่ผ่านมามีเพียงท้องถิ่นอำเภอรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น
แต่ในส่วนอำเภอในฐานะที่เป็นผู้ใช้อำนาจในการสั่งปลดยังไม่ได้รายงานให้
จังหวัดทราบ จากการดูเอกสารของท้องถิ่นอำเภอพบว่ามีการสอบสวน
เมื่อตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้วนายอำเภอจะใช้ดุลพินิจว่าจะฟังคณะกรรมการ
หรือไม่ฟังก็เป็นดุลพินิจของนายอำเภอ
แต่นายอำเภอได้ใช้อำนาจตามมาตรา 64 วรรค 2 สั่งปลดออกจากตำแหน่ง
โดยบอกว่ามีมูล การใช้ดุลพินิจเป็นของผู้ออกคำสั่งตามกฎหมาย
แต่ในทางปฏิบัติน่าจะรายงานให้จังหวัดทราบด้วย
ซึ่งจะให้อำเภอรายงานขึ้นมา
นายกวีกล่าวต่ออีกว่า คำ สั่งถือเป็นเสร็จเด็ดขาด
เป็นอำนาจของนายอำเภอ หมายถึงว่าไม่มีการอุทธรณ์
มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายทันที
แต่ว่าในกระบวนการที่จะขอความยุติธรรมจากศาลปกครองก็เป็นมาตรการหนึ่งที่
เข้ามาดูแลเรื่องนี้ได้
แต่หากใช้มาตรการอื่นก็สามารถอุทธรณ์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงได้
แต่เรื่องนี้ถือเป็นเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น