วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สคบ.จัดเวทีสัญจรคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคที่ จ.หนองคาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2552 13:23 น.
หนองคาย - สำนัก งานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จัดเวที
สคบ.สัญจร ที่จ.หนองคาย
หวังให้ประชาชนในส่วนภูมิภาคได้รับการคุ้มครองตามสิทธิผู้บริโภค
พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจสถานประกอบการในจังหวัดเน้นการให้คำแนะนำที่ถูก
ต้อง

วันนี้ (26 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.00
น.ที่ห้องประชุมโรงแรมหนองคายแกรนด์ อ.เมืองหนองคาย นายนพปฏล เมฆเมฆา
รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานเปิดงาน
สคบ.สัญจร จังหวัดหนองคาย ซึ่งจังหวัดหนองคาย
คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดหนองคาย
ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดจัดขึ้น

การจัดงาน สคบ.สัญจร
เพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคตาม
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522
ในส่วนภูมิภาคให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
ให้ผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคได้รับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคที่พึงมีตาม
กฎหมายอย่างแท้จริง
และการจัดตั้งอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิผู้
บริโภคของกลุ่ม และของประชาชนผู้บริโภคทั่วไป
รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการธุรกิจมีมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจโดยเล็งเห็น
ถึงความสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค รับผิดชอบต่อสังคม

ภายในเวที สคบ.สัญจร
มีการเปิดรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคในจังหวัดหนองคาย
และรับปรึกษาให้คำแนะนำด้านสิทธิผู้บริโภค ที่สำคัญจะมีการจัดเจ้าหน้าที่
3 ชุดไปตามร้านค้าต่างๆ เพื่อตรวจสอบฉลากสินค้า โฆษณาและการทำสัญญาต่างๆ
ในเขตอำเภอเมืองหนองคาย อำเภอท่าบ่อ อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอโพนพิสัย
ซึ่งการออกตรวจดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะเน้นทำความเข้าใจถึงการปฏิบัติตาม
กฎหมาย มากกว่าการจับกุมดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการแต่ละราย

เรือนจำหนองคายจัดงานวันยาเสพติดโลก

หนองคาย - เรือนจำจังหวัดหนองคาย จัดงานเนื่องในวันยาเสพติดโลก
เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังคดียาเสพติดได้พบญาติปรับเปลี่ยนพฤตินิสัย
และให้กำลังใจไม่กระทำผิดซ้ำ
หวังพัฒนาจิตใจและพฤติกรรมคืนคนดีสู่สังคมเมื่อพ้นโทษ

วันนี้ (26 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น.ที่เรือนจำจังหวัดหนองคาย
นางนรีพรรณ สุวรรณกิตติ ผู้ตรวจราชการ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม
เป็นประธานเปิดโครงการกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ ที่เรือนจำจังหวัดหนองคาย
จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังโดยเฉพาะคดียาเสพติด
ทั้งผู้เสพและผู้จำหน่ายยาเสพติดที่ถูกคุมขัง ได้พบญาติ รับประทานอาหาร
ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งเป็นการให้กำลังใจผู้ต้องขัง
พัฒนาจิตใจให้กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี
ภายหลังจากพ้นโทษแล้วจะได้คืนสู่สังคมอย่างมีความสุข

ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า
กรมราชทัณฑ์ได้กำชับให้เรือนจำทุกแห่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
เพื่อบำบัดฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังที่มีประวัติเสพยาเสพติด
และกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในรูปแบบชุมชนบำบัด
ให้ผู้ต้องขังมีความพร้อมทั้งด้านจิตใจและพฤติกรรม ให้กลับคืนสู่สังคม
ไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ

กระบวนการนำสถาบันครอบครัวมามีส่วนร่วม
นับเป็นวิธีการที่เสริมสภาพจิตใจได้เป็นอย่างดี
ซึ่งการที่เรือนจำจังหวัดหนองคายได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น
ด้วยการให้สมาชิกในครอบครัวผู้ต้องขังได้พบปะเยี่ยมเยือนกันอย่างใกล้ชิดภาย
ในเรือนจำ และยังมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตร่วมกัน
สร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้กระทำผิดซ้ำอีก

สำหรับเรือนจำจังหวัดหนองคาย มีผู้ต้องขังทั้งหมด 929 คน เป็นชาย
811 คน หญิง 118 คน ส่วนใหญ่ร้อยละ 80
เป็นผู้ต้องขังที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งจำหน่าย
และเสพยาเสพติด

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000072349

หนองคายเสริมเครือข่ายปราบค้าสัตว์ป่าและพืชหายาก

หนองคายเสริมเครือข่ายปราบค้าสัตว์ป่าและพืชหายาก
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2552 11:38 น.
หนองคาย - สำนัก งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการเสริมสร้างศักยภาพ
เครือข่ายป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ห้องประชุมทับทิม โรงแรมหนองคายแกรนด์
อ.เมือง จ.หนองคาย นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า
รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการเสริมสร้างศักยภาพ
เครือข่ายป้องกันและปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย
ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ร่วมกับองค์กรที่ทำงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม WWF ประเทศไทย
จัดให้มีขึ้น

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น
เพื่อศึกษาสำรวจข้อมูลชนิดพันธุ์และปริมาณการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าตามบริเวณ
แนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ณ
บริเวณจุดที่มีการนำเข้า-ส่งออกระหว่างประเทศที่สำคัญ
และเพื่อยุติการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ผิดกฎหมาย
ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

การเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
และจัดตั้งเป็นเครือข่ายป้องกันและปราบปรามทั่วประเทศ
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย
เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รวมทั้งสิ้น 70 คน

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

7 ประเทศศึกษามาตรการคุมหวัดนกที่หนองคาย

7 ประเทศศึกษามาตรการคุมหวัดนกที่หนองคาย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 มิถุนายน 2552 11:27 น.
หนองคาย- ผู้บริหารงานปศุสัตว์และงานสาธารณสุข
กลุ่มประเทศสมาชิกเอเชียใต้
ศึกษาดูงานการปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดนกของจังหวัดหนองคาย
ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำกลับไปประยุกต์ใช้ในประเทศของตน
ซึ่งเป็นการเดินทางมาศึกษาดูงานเป็นครั้งที่ 2

ที่ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย นายปรีดา
ชิตทรงสวัสดิ์ ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย
พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย
ได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารงานด้านปศุสัตว์และงานด้านสาธารณสุขระดับอำเภอ
และจังหวัด กลุ่มประเทศสมาชิกเอเชียใต้ หรือ บิมสเทค (BIMSTEC) 7 ประเทศ
ประกอบด้วย บังกลาเทศ, อินเดีย, พม่า, ศรีลังกา, ภูฏาน, เนปาล
และประเทศไทย

โดยช่วงเช้าได้ฟังบรรยายสรุปการป้องกันควบคุมและเฝ้าระวังโรคไข้หวัด
นก ส่วนในช่วงบ่ายคณะทั้งหมดได้ศึกษาดูงานการบริหารจัดการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก
ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอศรีเชียงใหม่
ซึ่งได้คัดเลือกจังหวัดหนองคายเพียงจังหวัดเดียวของประเทศไทยให้เป็นสถานที่
ศึกษาดูงานในครั้งนี้
ซึ่งครั้งนี้เป็นการเดินทางมาศึกษาดูงานเป็นครั้งที่ 2
หลังจากบางส่วนได้เดินทางมาศึกษาดูงานในครั้งที่ 1 แล้วเมื่อวันที่ 5
มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เป็นคณะใหญ่กว่าครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จังหวัดหนองคายเคยเกิดโรคไข้หวัดนกมาแล้ว ในช่วงปี 2547 ,
2548 และ 2550 ในพื้นที่ อ.ศรีเชียงใหม่ อ.ท่าบ่อ อ.เมืองหนองคาย และ
อ.บุ่งคล้า แต่ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อโรคไข้หวัดนก
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกันทุกหน่วยงานในการป้องกัน ควบคุม
และเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกไม่ให้ลุกลาม
และสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวม ถึงกำหนดมาตรการในการป้องกันและควบคุมในระยะยาวอย่างเป็นระบบ
จึงเป็นจังหวัดเดียวที่ได้รับการเลือกให้เป็นจังหวัดในการดูงานของกลุ่ม
ประเทศสมาชิกเอเชียใต้ในครั้งนี้

หนองคายพบผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 62 ราย

หนองคายพบผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 62 ราย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2552 19:22 น.
หนองคาย- เทศบาลเมืองหนองคาย เข้มป้องกันไข้เลือดออก
และไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ หลังพบผู้ป่วยเป็นไข้เลือดออกในเขตเทศบาล จำนวน
8 ราย ส่วนทั้งจังหวัดพบมากถึง 62 รายแล้ว

วันนี้ (24 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองหนองคาย นายทรงพล
โกวิทศิริกุล นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย
เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์ป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
ในโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ปี 2552
พร้อมมอบน้ำยาล้างมือให้กับโรงเรียนที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย

นายทรงพล โกวิทศิริกุล นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย กล่าวว่า
สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ปี 2551 มีผู้ป่วยจำนวน
28 ราย โดยพบในชุมชนต่างๆ ของเทศบาลเมืองหนองคาย
และจากการสอบสวนโรคของเจ้าหน้าที่
พบว่าบางรายมีการได้รับเชื้อจากโรงเรียน
ซึ่งมีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายจำนวนมาก

ในปี 2552 ตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นต้นมา พบผู้ป่วยในเขตเทศบาลแล้ว
จำนวน 8 ราย ซึ่งเป็นเด็กที่อยู่ในวัยเรียน จำนวน 5 ราย
ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ทำให้มีแหล่งน้ำขังเป็นจำนวนมาก
พร้อมทั้งสภาพภูมิอากาศ เหมาะแก่การเพาะขยายพันธุ์ของยุงลาย
และในปัจจุบันยังเกิดการระบาดของโรคชิคุนกุนยา ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรง
รวมถึงการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

งานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารสุขและสิ่งแวดล้อม
จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
ในโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ปี 2552 ในครั้งนี้ขึ้น
มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความรู้ในการป้องกันการเกิดโรค
และการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก รวมถึงการให้ความรู้ในการป้องกัน
โรคชิคุณกุนยา และโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้วย

สำหรับจังหวัดหนองคาย ตั้งแต่เดือนมกราคม - 23 มิถุนายน 2552
มีผู้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกทั้งจังหวัด จำนวน 62 ราย
และมีผู้ป่วยเป็นโรคฉี่หนู จำนวน 20 ราย

ป่าไม้บุก อ.เฝ้าไร่ จับแก๊งลักลอบตัดไม้ยางเก่าแก่ 800 ปี

หนองคาย - ป่าไม้สนธิกำลังจับแก๊งลักลอบตัดไม้ยางนาอายุเก่าแก่กว่า 800
ปี ขนาดใหญ่เท่า 8 คนโอบ พร้อมยึดเลื่อยโซ่ยนต์ อ้างเป็นไม้ของพระ
ขอให้ช่วยตัดก่อนจะนำไม้ไปก่อสร้างตึกสงฆ์อาพาธของโรงพยาบาลโซ่พิสัย

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (24 มิ.ย.) นายทรัพย์สิน จงดี
นักวิชาการชำนาญการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี
ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า มีการลักลอบตัดไม้ยางนาเก่าแก่
บริเวณท้ายหมู่บ้านโนนต้อง หมู่ 4 ต.นาดี อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย
ซึ่งเป็นเขต ส.ป.ก.จึงประสานกับ นายบรรจบ ไชยบล
หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ น.ค.1 หนองหลวง อ.เฝ้าไร่
และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจกรมป่าไม้ ออกตรวจสอบ

ขณะเจ้าหน้าที่ไปถึงพบชาย 3 คน กำลังใช้เลื่อยโซ่ยนต์
แปรรูปไม้ยางนาที่ถูกโค่นลงแล้ว จึงเข้าแสดงตัวและควบคุมตัวไว้ทั้งหมด
ทราบชื่อ นายเกสร รอดรักษา อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 7
ต.คำแก้ว อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย, นายสมศักดิ์ ผ่องใส อายุ 38 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 62 หมู่ 7 ต.คำแก้ว และนายไล ทะนัดชา อายุ 44 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 277 หมู่ 7 ต.คำแก้ว อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย

ไม้ยางนาที่ถูกตัดนี้ เป็นไม้เก่าแก่ มีรอบวงปี 800 ปี
คาดว่าจะอายุถึง 800 ปี เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.20 เมตร ขนาด 8 คนโอบ น้ำหนัก
18 ลูกบาศก์เมตร ถูกตัดเป็นท่อน ๆ ละ 10 เมตร กระจัดกระจาย
รอการแปรรูปอยู่เต็มพื้นที่
พร้อมตรวจยึดเลื่อยโซ่ยนต์ซึ่งไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 3
เครื่อง และทำการอายัดไม้ทั้งหมดนำไปเก็บรักษาที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่
น.ค.1 หนองหลวง

สอบสวน นายสมศักดิ์ หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การว่า
มีพระรูปหนึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าซำบอน บ้านซำบอน ต.เหล่าทอง อ.โซ่พิสัย
จ.หนองคาย ขอให้ตนช่วยตัดไม้ยางนา ที่พระบอกว่าเจ้าของที่ถวายให้วัด
โดยให้ตัดและแปรรูปเป็นท่อนๆ ไว้เพื่อจะนำไปสร้างอาคารผู้ป่วย
ตึกสงฆ์อาพาธ ของโรงพยาบาลโซ่พิสัย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวพร้อมลงบันทึกจับกุม
ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เฝ้าไร่ ดำเนินการต่อไป

หนุ่มหนองคายขี้ขโมยแม้แต่ตุ๊กตาก็ไม่เว้น

หนองคาย - หนุ่มหนองคายตระเวนงัดบ้านขโมยของ คว้าทุกอย่างที่หาได้
โดยเฉพาะตุ๊กตา อ้างเอาไปเล่นเอง

เย็นวานนี้ (23 มิ.ย.) พ.ต.ท.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ รอง ผกก.(สส.)
สภ.เมืองหนองคาย ,พ.ต.ท.เสถียร ศรีสมุทร สารวัตรสืบสวนสอบสวน
พร้อมชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุม นายวันชัย จิตวิญญาณ อายุ 21 ปี
อยู่บ้านเลขที่ 259 หมู่ 5 ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย
พร้อมของกลางโทรทัศน์สี 29 นิ้ว 1 เครื่อง, เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม 1
เครื่อง, กระเป๋าสะพาย, อุปกรณ์ที่ใช้ในการงัดแงะ เช่น ประแจเลื่อน, คีม
ของใช้เบ็ดเตล็ดต่างๆ เช่น สบู่, น้ำหอม, ยาสีฟัน, เครื่องสำอาง, รองเท้า
และตุ๊กตาเด็กเล่นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายสิบราย
ว่ามีขโมยเข้าไปขโมยของภายในบ้าน ตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงออกตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยจนทราบว่านายวันชัย
ซึ่งเคยมีประวัติถูกจับคดีลักทรัพย์มาแล้ว มักจะใช้เงินฟุ่มเฟือย
เล่นการพนันมือเติบทั้งที่ไม่มีงานทำ
จึงติดตามพฤติกรรมและได้สอบถามนายวันชัย
จนยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ขโมยของตามบ้านต่างๆ จริง
และยังได้พาเจ้าหน้าที่ไปเอาของกลางที่เก็บไว้ที่บ้านพักอีกหลายรายการ

นายวันชัยรับสารภาพว่า ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนหาบ้านเหยื่อ
โดยเลือกที่ไม่มีคนอยู่บ้าน
แล้วใช้ประแจเลื่อนงัดหน้าต่างเข้าไปขโมยทรัพย์สิน
โดยไม่เลือกว่าจะเป็นเงิน ทอง เครื่องใช้ไฟฟ้า สบู่ ยาสีฟัน
และยังได้ขโมยตุ๊กตาที่อยู่ในบ้านผู้เสียหายมาหลายตัว
อ้างว่าเอาตุ๊กตาเหล่านั้นไปเล่นเอง

เพราะ ตอนเป็นเด็กไม่มีตุ๊กตาเล่นและเป็นคนชอบตุ๊กตา
พอเห็นก็อยากได้เป็นของตัวเอง
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ศิลปินไทย-ลาว-เวียดนาม ตวัดพู่กันโชว์เชิงศิลป์ที่หนองคาย เปิดคอร์สสอนฟรี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 มิถุนายน 2552 11:25 น.
หนองคาย-สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติ ร่วมกับ มข.วิทยาเขตหนองคาย
เชิญศิลปินแห่งชาติชื่อดังของไทย ศิลปินจากเวียดนาม และลาว
จัดแสดงผลงานนิทรรศการวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ สานสัมพันธุ์ลุ่มน้ำโขง
พร้อมเปิดคอร์สสอนศิลปะแก่นักเรียนฟรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานชั้น 2 และชั้น 3 อาคารเรียนรวม
มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ศิลปินแห่งชาติชื่อดังของไทย
ศิลปินจากเวียดนาม และลาว ได้ร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลป์
ตามโครงการนิทรรศการวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ สานสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขง
ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
วิทยาเขตหนองคาย จัดให้มีขึ้น ในระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน 2552
ไปจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2552

การจัดงานในครั้งนี้เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ
รวมทั้งความร่วมมือในการพัฒนา สร้างภาคีการพัฒนาระดับนานาชาติ
ตลอดจนส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์
วัฒนธรรม และภาษา
เพื่อก่อให้เกิดความสมานฉันท์โดยเฉพาะประเทศในภาคพื้นอนุภาคลุ่มน้ำโขงที่
สนับสนุนการใช้ความหลากหลายของศิลปะและวัฒนธรรมไทย

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อชาวโลก
และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
รวมทั้งการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติและทุกระดับ

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเคยจัดที่
จ.เชียงราย แต่มีเฉพาะศิลปินไทย สำหรับการจัดที่ จ.หนองคายในครั้งนี้
มีศิลปินแห่งชาติของไทย 6 คน ประกอบด้วย ดร.กมล ทัศนาญชลี, ศ.เกียรติคุณ
ประหยัด พงษ์ดำ, ดร.ถวัลย์ ดัชนี, นายนนธิวรรธน์ จันทนะผะลิน, ศ.เดชา
วราชุน และ ร.ศ.อิทธิพล ตั้งโฉลก และศิลปินจากประเทศลาว 4 คน
และศิลปินจากเวียดนาม 2 คน รวมทั้งศิลปินกลุ่มอีสานอีก 11 คน

ทั้งนี้จะมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปกรรม จำนวน 50 ชิ้น
ภายใต้แนวคิด "วิถีวัฒนธรรมแห่งสายน้ำโขง"
ซึ่งเป็นผลงานที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่จากการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ระหว่างศิลปินแห่งชาติและศิลปินของกลุ่มสมาชิกภาคีลุ่มน้ำโขง
เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในอนุภาคลุ่มน้ำโขง

กิจกรรมที่สำคัญอีกกิจกรรมหนึ่ง คือ
การบรรยายและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างสรรค์งานศิลปะให้แก่เยาวชน
นักเรียน นักศึกษา
และประชาชนที่สนใจในพื้นที่จังหวัดหนองคายและใกล้เคียงได้เรียนรู้เทคนิคการ
วาดภาพ และสร้างสรรค์งานศิลปะกับศิลปินแห่งชาติอย่างใกล้ชิด
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000070638

วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ศุลกากรเขต 2 หนองคายเข้มตรวจยาเสพติด-สิ่งผิด กม.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 มิถุนายน 2552 00:03 น.
หนองคาย-ผู้ อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2
ย้ำเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้มงวดตรวจสอบป้องกันการลักลอบนำเข้าส่งออกยาเสพติด
และสินค้าผิดกฎหมาย
ระบุกลุ่มผู้ค้าเปลี่ยนวิธีการลำเลียงจากขนล็อตใหญ่เปลี่ยนมาเป็นกองทัพมด

นายภาสวิทย์ แสงอินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2
หนองคายกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ด่านศุลกากรแต่ละแห่งในพื้นที่รับผิดชอบ
มีสถิติการจับกุมคดียาเสพติดได้มากกว่า 100 คดี
โดยเฉพาะด่านพรมแดนศุลกากรหนองคาย ที่มีผลงานต่อเนื่อง
ซึ่งเป็นไปได้ว่าขบวนการลักลอบยาเสพติด ยาบ้า เปลี่ยนวิธีการ

จากการขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมาคราวละมาก ๆ
ก็เปลี่ยนเป็นกองทัพมด ทยอยลำเลียงเข้ามาเรื่อยๆ ครั้งละไม่มาก
หลักร้อยหลักพันเม็ด
และจากเดิมที่เคยมีชาวลาวเมืองสะหวันนะเขตเป็นส่วนหลักในการรับจ้างขนยาบ้า
แต่ปัจจุบันมีประชากรหลากหลาย จากเมืองต่าง ๆ มากขึ้นปะปนกันไป

ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้มงวดตรวจสอบบุคคล
ยานพาหนะที่เข้า - ออกผ่านด่านพรมแดนที่รับผิดชอบ เฝ้าระวัง
และสังเกตสิ่งผิดปกติ เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบและดำเนินการอย่างเคร่งครัด
รวมถึงสินค้าประเภทสุรา บุหรี่
ที่หลังจากกระทรวงการคลังประกาศปรับเพดานภาษีสรรพสามิต
ทำให้ประชาชนซึ่งเห็นว่าสุรา
บุหรี่ที่ร้านค้าปลอดภาษีในประเทศเพื่อนบ้านมีราคาถูกกว่า
จึงนิยมเดินทางไปซื้อกลับมาคราวละมาก ๆ
ประเด็นนี้ก็ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ป้องปรามอย่างจริงจัง
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวบ้าง
ทางศุลกากรต้องชี้แจงทำความเข้าใจและขออภัยในความไม่สะดวก
เนื่องจากปัญหายาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมายเหล่านี้ต้องถูกดำเนินการตาม
กฎหมายอย่างเคร่งครัด
อาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวบ้างแต่เจ้าหน้าที่จะพยายามไม่ให้ภาพ
ลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวสูญหายไป.

135 ปีกรมศุลกากรจัดวิ่งไทย-ลาว-ขายถูกสินค้าหนีภาษี

หนองคาย - สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2
ร่วมกับชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพหนองคาย จัดงานเดินวิ่งไทย-ลาว
ซูเปอร์มินิฮาล์ฟ มาราธอน ฉลองครบรอบ 135 ปี กรมศุลกากร
พร้อมจัดกิจกรรมสาธารณกุศลมอบจักรยานเด็กนักเรียนในชนบท
และนำสินค้าของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้วออกจำหน่ายในราคาถูก

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (18 มิ.ย.) ที่สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2
อ.เมือง จ.หนองคาย นายภาสวิทย์ แสงอินทร์
ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 และนายปรีชา ทรงอยู่
ประธานชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพจังหวัดหนองคาย
ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานสถาปนาครบรอบ 135 ปี กรมศุลกากร
การแข่งขันเดินวิ่งข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ซูเปอร์มินิฮาล์ฟมาราธอน
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการสถาปนาครบรอบ 135 ปีของกรมศุลกากร
รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย และประเทศลาว
ให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปสนใจการออกกำลังกายห่างไกลยาเสพติด

สำหรับงานนี้จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา
05.00-12.00 น.ที่ด่านพรมแดนศุลกากรหนองคาย โดยแบ่งประเภทการแข่งขัน
เป็นประเภทเดิน 3 กม.จุดเริ่มต้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว กลับตัวกลางสะพาน
และเดินกลับทางเส้นชัยที่ด่านพรมแดนศุลกากรหนองคาย ประเภทที่สอง
วิ่งซูเปอร์มินิมาราธอน ระยะทาง 13 กม.จุดเริ่มต้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว
วิ่งข้ามสะพานไปฝั่งลาว และกลับตัวที่จุดกลับฝั่งลาว
ข้ามสะพานกลับมาวิ่งที่ฝั่งไทย เข้าเส้นที่ที่ด่านพรมแดนศุลกากรหนองคาย

และประเภทวิ่งซูเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 27
กม.เริ่มต้นเช่นเดียวกับวิ่ง 13 กม.แต่เมื่อวิ่งกลับข้ามสะพานฝั่งไทยแล้ว
นักวิ่งจะต้องวิ่งตรงไปตามเส้นทางเลี่ยงเมือง
ถึงจุดกลับตัวหน้าทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย
แล้วกลับตัววิ่งเข้าเส้นชัยที่ด่านพรมแดนศุลกากรหนองคาย
เริ่มปล่อยตัวนักเดินวิ่งทุกประเภทในเวลา 05.00
น.นักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขันแต่ละประเภท ผู้เข้าเส้นชัย 300
คนแรกจะได้รับเหรียญรางวัลที่ระลึก

ส่วนประเภทซูเปอร์ฮาล์มาราธอน ชนะเลิศอันดับ 1 ชาย-หญิง
จะได้รับรางวัลเครื่องเล่นดีวีดี อันดับ 2-5 ได้รับถ้วยเกียรติยศ
ผู้ชนะเลิศโอเวอร์ออล ชาย-หญิง จะได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท
และผู้ชนะเลิศประเภทซูเปอร์มินิมาราธอน อันดับ 1-5 ชาย-หญิง
จะได้รับถ้วยรางวัล ผู้ชนะโอเวอร์ออลได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท

ผู้ สนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้ตั้งแต่บัดนี้ที่สวนสาธารณะหนองถิ่น
และทางศุลกากรหนองคายจะเปิดรับสมัครนักกีฬา ในวันที่ 27 มิ.ย.นี้
ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.ที่ด่านพรมแดนศุลกากรหนองคาย
ไม่จำกัดจำนวนนักกีฬา

นอกจากการแข่งขันเดินวิ่งแล้ว ยังมีกิจกรรมสาธารณกุศล
ด้วยการมอบรถจักรยานแก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารจำนวน 30 คัน แก่โรงเรียน
9 แห่ง พร้อมทั้งจะมีการนำสินค้าที่เป็นของกลางที่ถูกจับกุมและคดีถึงที่สุดแล้วจาก
ด่านศุลกากรในพื้นที่ทั้งหมด 9 ด่าน เช่น กระเทียมแห้ง น้ำตาลทราย
ของเด็กเล่น ถ่านหุงต้ม มาจำหน่ายในราคาถูก

หนองคายขีดเส้นตาย 1 เดือนแก้ปัญหารุกป่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2552 10:08 น.
หนองคาย - จังหวัดหนองคาย ย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย
ร่วมกันป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า บุกรุกป่าสงวน
โดยเฉพาะป่าพานพร้าวแก้งไก่
เน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้น

นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า
แม้ว่าขณะนี้จะเป็นช่วงฤดูฝน แต่การบุกรุกทำลายป่าก็ไม่ได้ลดน้อยลง
โดยเฉพาะป่าสงวนแห่งชาติป่าพานพร้าวและป่าแก้งไก่ อ.สังคม จ.หนองคาย
มีประชาชนเข้าไปบุกรุก
แผ้วถางป่าหรือเข้าไปหาผลประโยชน์จากพืชพรรณที่อยู่ในป่า
แม้ว่าจะไม่ถึงกับเป็นการยึดพื้นที่อย่างถาวร
แต่ก็ส่งผลให้เกิดการบุกรุกป่าเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้นจึงต้องมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายพลเรือน
ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ
เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
แต่ที่ผ่านมาการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เกิดความล่าช้าและไม่ต่อเนื่อง
เนื่องจากติดขัดด้านงบประมาณ การปฏิบัติงานไม่เป็นเอกภาพ
จึงต้องมีการปรับแผนการทำงานใหม่
มีการออกคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามแผนการปราบปรามการทำลาย
ป่าและฟื้นฟูป่า เริ่มที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าวและป่าแก้งไก่
ที่ยังมีปัญหาอยู่ โดยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในช่วงวันที่ 1 ก.ค. - 31
ส.ค.2552

ในการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่จะต้องให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมใน
การดำเนินงาน ช่วยสอดส่องดูแล หรือหากมีการทราบว่า
มีประชาชนในพื้นที่ใกล้ป่าสงวนกลับเป็นผู้บุกรุกป่าเสียเองก็ให้ดำเนินการ
ทันที

สคบ.สัญจรหนองคายมุ่งรณรงค์ ปชช.ใช้สิทธิตาม กม.

หนองคาย - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เลือกจังหวัดหนองคาย
จัดงาน สคบ.สัญจร 24-26 มิ.ย.นี้
ตั้งเป้าให้ประชาชนในภูมิภาคได้รับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคตามกฎหมาย
พร้อมสุ่มตรวจสถานประกอบการในจังหวัดเน้นการให้คำแนะนำที่ถูกต้อง
ไม่ใช่จับกุมดำเนินคดี

เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (16 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมปทุมเทวาภิบาล
ศาลากลางจังหวัดหนองคาย นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน สคบ.สัญจร จังหวัดหนองคาย
ซึ่งจังหวัดหนองคาย คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดหนองคาย
ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่
24-26 มิ.ย. ที่โรงแรมหนองคายแกรนด์ อ.เมืองหนองคาย

การจัดงาน สคบ.สัญจร
นี้มุ่งเน้นเพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคตาม
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522
ในส่วนภูมิภาคให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
เป็นการให้ผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคได้รับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคที่พึงมี
ตามกฎหมายอย่างแท้จริง
และการจัดตั้งอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิผู้
บริโภคของกลุ่มและของประชาชนผู้บริโภคทั่วไป

รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการธุรกิจมีมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจโดยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค
รับผิดชอบต่อสังคม

ใน การนี้จะมีการเปิดรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคในจังหวัดหนองคายและรับ
ปรึกษาให้คำแนะนำด้านสิทธิผู้บริโภค ที่สำคัญจะมีการจัดเจ้าหน้าที่ 3 ชุด
ไปตามร้านค้าต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบฉลากสินค้า โฆษณาและการทำสัญญาต่างๆ
ในเขตอำเภอเมืองหนองคาย อำเภอท่าบ่อ อำเภอศรีเชียงใหม่ และ อำเภอโพนพิสัย
ซึ่งแบ่งประเภทสถานที่ประกอบธุรกิจขายสินค้าที่ควบคุมฉลาก ได้แก่
ร้านทอง, ร้านขายอัญญมณีเครื่องประดับ, ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่,
เต็นท์รถมือสอง, ร้านค้าสะดวกซื้อ, ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด,
ร้านขายยางรถยนต์ทุกยี่ห้อ, ร้านขายแบตเตอรี่รถยนต์

ส่วนสถานที่ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการที่จัดทำการโฆษณาจะมีการ
ออกตรวจห้างสรรพสินค้า, ร้านค้าสะดวกซื้อ,
โครงการบ้านจัดสรรและที่ดินจัดสรร, หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น, ป้ายโฆษณา
แผ่นพับการโฆษณา และสถานที่ประกอบธุรกิจที่ควบคุมสัญญา เช่น
ร้านขายก๊าซหุงต้ม, อู่ซ่อมรถยนต์, เต็นท์รถมือสอง,
ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่อนส่ง และร้านขายรถยนต์รถจักรยานยนต์

ซึ่งการออกตรวจดังกล่าว
เจ้าหน้าที่จะเน้นทำความเข้าใจถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย
มากกว่าการจับกุมดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการแต่ละราย

อนุบาลหนองคายเร่งรณรงค์นักเรียนเรียนรู้ป้องกันหวัดใหญ่

นายสัมฤทธิ์ เจริญดี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลหนองคาย
ได้ให้ตัวแทนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียน
นำเสนออันตรายจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
มาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง ให้ความรู้แก่เพื่อนนักเรียนด้วยกัน
รวมถึงโรคสำคัญในช่วงหน้าฝน คือ โรคไข้เลือดออก โรคชิคุนกุนยา
และอันตรายจากการรับประทานเห็ดพิษ

พร้อมกันนี้ยังได้ให้นักเรียนสาธิตการล้างมือที่ถูกสุขลักษณะ
ก่อนรับประทานอาหาร และหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ เพื่อความสะอาด ปลอดภัย
ห่างไกลจากโรคติดต่อ

นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น
แม้ว่าจังหวัดหนองคายจะยังไม่พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ก็ตาม
แต่ก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ แต่ไม่ถึงกับหวาดวิตก
ทางโรงเรียนได้รณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจถึงอันตรายของโรคไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ 2009 และโรคที่สำคัญ ให้นักเรียนมีความรู้
สามารถหลีกเลี่ยงหรือป้องกันตนเองจากการติดเชื้อต่างๆ
ทั้งในโรงเรียนและชุมชน

นอกจากนี้
นักเรียนยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ให้แก่ญาติพี่น้องที่อยู่ทาง
บ้านให้รู้จักการป้องกันและเฝ้าระวังอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนตามห้องน้ำ
โรงอาหาร ได้จัดหาสบู่สำหรับให้นักเรียนได้ล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง
และรณรงค์ให้นักเรียนรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใช้ช้อนกลาง
และหมั่นล้างมือเป็นประจำ

ที่สำคัญได้กำชับให้ครูและนักเรียนร่วมชั้นเรียนสังเกตเพื่อนร่วม
ห้องว่าใครมีอาการป่วย เป็นไข้ หากพบให้รีบแจ้งให้ทราบ
เพื่อจะได้ติดต่อผู้ปกครองมารับตัวนักเรียนกลับบ้านทันที
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นักเรียนคนอื่นเสี่ยงต่อการติดต่อ
แม้ว่าจะเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาก็ตาม

ชาวบ้านหนองคายกินเลือดแปลง ท้องเสียแห่เข้า รพ.ครึ่งร้อย

หนองคาย - ชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 48 คนจาก 5 ตำบลในอำเภอท่าบ่อ
หนองคาย ซื้อเลือดแปลงจากแม่ค้าในตลาดกลับไปกินที่บ้าน ปวดท้อง อาเจียน
บางรายรุนแรงถึงขั้นช็อก ต้องหามส่งโรงพยาบาลด่วน
หมอระบุอาจเกิดจากเชื้อโรคในเลือดดิบส่วนผสมสำคัญของอาหาร
อาการหนักพักดูอาการ 25 ราย ที่เหลือให้ยากลับไปพักฟื้นที่บ้าน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 13 มิ.ย. 52 ได้มีชาวบ้านชาย-หญิง
ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จาก 5 ตำบล มี ต.น้ำโมง ต.ท่าบ่อ ต.บ้านเดื่อ ต.กองนาง
และ ต.โคกคอน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย รวม 48 คน ถูกญาติพี่น้องหามส่ง
รพ.สมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จนแน่นและทะลักห้องฉุกเฉิน
ด้วยอาการอาเจียนและท้องเสียอย่างรุนแรง นพ.วัฒนา พารีศรี ผอ.รพ.
ต้องระดมแพทย์พยาบาลที่มีอยู่ทั้งหมดออกมารับและให้การรักษาผู้ป่วยอย่าง
เต็มที่

โดยมีผู้ป่วย 3 คนมีอาการรุนแรง ความดันโลหิตต่ำ และมีอาการช็อก
ขาดน้ำอย่างรุนแรง แพทย์ได้แยกผู้ป่วยที่มีอาการหนักเข้าห้องฉุกเฉิน
และพบว่ามีผู้ป่วยอาการน่าเป็นห่วงทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 25 ราย
ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล
ส่วนที่เหลือหลังจากดูอาการแล้วมีอาการดีขึ้น
แพทย์พิจารณาแล้วได้จ่ายยาฆ่าเชื้อ แก้ปวดท้อง เกลือแร่
ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน และฉีดยาแก้ปวดท้อง
ฉีดยาแก้อาเจียนให้ทุกรายแล้วอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้

นพ.วิศิษฎ์ ลีลาศวัฒนกิจ
แพทย์ประจำโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ และเป็นแพทย์ผู้ตรวจรักษาคนไข้
กล่าวว่า จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้ป่วยทั้งหมดได้รับประทานเลือดแปลงเข้าไป
เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วทำให้ผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารทำ
ให้มีอาการอาเจียน ท้องเสียอ่อนเพลีย บางคนมีอาการช็อกจากความดันโลหิตต่ำ
เสียน้ำมากร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับปริมาณที่กินเข้าไป

สาเหตุเนื่องจากการรับประทานเลือดหมู
ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารประเภทเลือดแปลง
เลือดหมูที่ชาวบ้านรับประทานเข้าไปอาจมีเชื้อโรคซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่า
เป็นเชื้อโรคชนิดใด การเก็บเลือดมาปรุงอาหารขั้นตอนอาจไม่สะอาด
ประกอบกับช่วงนี้อากาศร้อนอบอ้าวทำให้เชื้อโรคในเลือดเจริญเติบโตได้ดีกว่า
ในอากาศ เมื่อนำเลือดดิบมาปรุงอาหารทำให้เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคดังกล่าว
ชาวบ้านจึงควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ
ควรทำให้สุกเสียก่อนจึงรับประทาน

นายทนงศักดิ์ บัวติก อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.5
บ้านอุ่มเย็น ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ กล่าวว่า
เมื่อเช้าตนได้ไปซื้อเลือดแปลงจากร้านขายอาหารในหมู่บ้านมา 1 ถุง ราคา 20
บาท มารับประทานกับข้าวกับลูกชาย 2 คน หลังรับประทานประมาณชั่วโมงเศษ
เกิดอาเจียนและท้องเสียอย่างรุนแรง
ส่วนลูกชายรับประทานไม่มากและกินยาแก้ท้องเสียได้ทัน

นายสุบิน ธรรมวงศา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177 บ้านน้ำโมง ม.1
ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ กล่าวว่า ตนอยากรับประทานเลือดแปลงมานาน
เมื่อเช้าจึงได้บอกภรรยาซื้อมาให้เป็นอาหารเช้า
จากนั้นได้ออกไปทำงานในสวน
ไม่นานก็เกิดอาการอาเจียนและท้องเสียควบคู่กันจนไม่มีแรง
ต้องร้องเรียกให้ชาวบ้านมาช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล

สำหรับเลือดแปลงเป็นอาหารที่ชาวบ้านนิยมรับประทาน
มีลักษณะคล้ายกับลาบหมู โดยการนำเนื้อหมู เครื่องใน เช่น ตับ หัวใจ
มาสับให้ละเอียด แล้วลวกให้สุก
ผสมเครื่องปรุงเหมือนกับลาบหมูจนได้รสชาติอร่อยถูกปาก
แล้วจึงนำเอาเลือดหมูสดๆ มาเทใส่ทิ้งไว้จนเลือดแข็งตัวเป็นก้อน
จึงกลายเป็นเลือดแปลงรับประทานได้ โดยชาวบ้านบอกว่ากินเพื่อเพิ่มกำลัง
เพิ่มเลือดในร่างกาย และมีขายตามตลาดสดทั่วไป

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ป่าไม้ขึ้น ฮ.ตรวจพบป่าสงวนฯพานพร้าว-แก้งไก่ถูกบุกรุกมากกว่าครึ่ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 มิถุนายน 2552 16:51 น.
หนองคาย-เจ้าหน้าที่ป่าไม้
บินสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าว-แก้งไก่ที่หนองคาย
พบถูกบุกรุกเพิ่มขึ้นมากกว่าครึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6
อุดรธานี กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10
อุดรธานี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ และพันธุ์พืช
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ร่วมกันบินตรวจสอบสภาพป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าว-แก้งไก่
ตามแผนบินประจำเดือนมิถุนายน 2552 ในท้องที่อำเภอสังคม
และอำเภอศรีเชียงใหม่ โดยใช้เวลาในการบินตรวจประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

จากการบินตรวจพบว่ามีการบุกรุกแผ้วถางป่าเพิ่มขึ้น จำนวน 3 จุด
โดยเฉพาะในท้องที่ บ้านดงต้อง ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม บ้านไทยเจริญ
และบ้านวังน้ำมอก ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย
ซึ่งพื้นที่ที่ตรวจพบเป็นการบุกรุกแผ้วถางใหม่
บางพื้นที่มีการตัดโค่นต้นไม้ ปรับพื้นที่เตรียมการเพาะปลูก
มีการปรับพื้นที่กักเก็บน้ำ

บางพื้นที่มีการเพาะปลูกเรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่บอกว่า
ครั้งนี้เป็นการบินตรวจสอบดูพิกัดและถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน
ซึ่งหลังจากนี้จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเดินเท้าเข้าตรวจสอบหากพบ
ว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่แห่งใหม่จะทำการยึดพื้นที่คืนและทำการสืบสวนหาผู้
กระทำความผิดมาดำเนินคดีตาม ม.14 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
และ ม.54 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ต่อไป

นอกจากนี้
เพื่อเป็นการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าว-แก้งไก่
ในช่วงฤดูฝน ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี
ได้จัดทำโครงการสนธิกำลังหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชนขึ้น
เพื่อร่วมกันป้องกันพื้นที่ป่า
โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดหนองคาย จำนวน 300,000 บาท
รวมทั้งงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูสภาพป่าอีก จำนวน 500,000 บาทอีกด้วย

สำหรับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าว แก้งไก่นี้
ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะ อ.สังคม
มีพื้นที่ประมาณ 1 แสน 8 หมื่นไร่
มีผู้บุกรุกลักลอบเข้ามาตัดไม้ทำลายป่าและแผ้วถางป่าเพื่อทำการเกษตรตั้งแต่
ปี 2547 เป็นต้นมา ประมาณ 9 หมื่นไร่.

ศิลปินลุ่มน้ำโขง ไทย-ลาว-เวียดนาม พร้อมตวัดพู่กันโชว์ผลงานที่หนองคาย

หนองคาย- สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ร่วมกับ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย
เตรียมเชิญศิลปินแห่งชาติชื่อดังของไทย ศิลปินจากเวียดนาม และ ลาว
จัดแสดงผลงานนิทรรศการวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ สานสัมพันธุ์ลุ่มน้ำโขง
พร้อมเปิดคอร์สสอนศิลปะแก่นักเรียนฟรี

ที่ห้องประชุม มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย นางสาวนันทิยา
สว่างวุฒิธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, ดร.สุรพล แสนสุข
รองผู้อำนวยการวิทยาเขตหนองคาย และ ดร.กมล ทัศนาญชลี
ศิลปินแห่งชาติของไทย
ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดโครงการนิทรรศการวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ
สานสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขง โดยจะจัดงานระหว่างวันที่ 22 มิ.ย.-1 ก.ค.2552 ณ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย

นางสาวนันทิยา สว่างวุฒิธรรม
รองเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้
จะเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมทั้งความร่วมมือในการพัฒนา
สร้างภาคีการพัฒนาระดับนานาชาติ
ตลอดจนส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์
วัฒนธรรม และภาษา
เพื่อก่อให้เกิดความสมานฉันท์โดยเฉพาะประเทศในภาคพื้นอนุภาคลุ่มน้ำโขง
ที่สนับสนุนการใช้ความหลากหลายของศิลปะและวัฒนธรรมไทย

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาวโลก
และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
รวมทั้งการพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติ และทุกระดับ

ด้าน ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า
เคยจัดนิทรรศการดังกล่าวนี้ครั้งแรก ที่ จ.เชียงราย แต่มีเฉพาะศิลปินไทย
สำหรับการจัดที่ จ.หนองคาย ครั้งนี้ จะมีศิลปินแห่งชาติของไทย 6 คน
ประกอบด้วย ดร.กมล ทัศนาญชลี, ศ.เกียรติคุณ ประหยัด พงษ์ดำ, ดร.ถวัลย์
ดัชนี, นายนนธิวรรธน์ จันทนะผะลิน, ศ.เดชา วราชุน และ ร.ศ.อิทธิพล
ตั้งโฉลก และศิลปินจากประเทศลาว 4 คน และศิลปินจากเวียดนาม 2 คน
รวมทั้งศิลปินกลุ่มอีสานอีก 11 คน

ทั้งนี้ จะมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปกรรม จำนวน 50 ชิ้น
ภายใต้แนวคิด "วิถีวัฒนธรรมแห่งสายน้ำโขง"
ซึ่งเป็นผลงานที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่จากการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ระหว่างศิลปินแห่งชาติและศิลปินของกลุ่มสมาชิกภาคีลุ่มน้ำโขง
เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในอนุภาคลุ่มน้ำโขง

กิจกรรมที่สำคัญอีกกิจกรรมหนึ่ง คือ
การบรรยายและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างสรรค์งานศิลปะให้กับเยาวชน
นักเรียน นักศึกษา
และประชาชนที่สนใจในพื้นที่จังหวัดหนองคายและใกล้เคียงได้เรียนรู้เทคนิคการ
วาดภาพ และสร้างสรรค์งานศิลปะกับศิลปินแห่งชาติอย่างใกล้ชิด
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

นักเรียน นักศึกษา
ควรเตรียมอุปกรณ์สำหรับงานศิลปะที่ตนเองถนัดมาด้วย
เพื่อให้สามารถถ่ายทอดเทคนิคงานศิลปะได้อย่างทั่วถึงกัน

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ฮือไล่ นอภ.โพนพิสัยหลังเซ็นปลดนายก อบต.

หนองคาย - ชาวบ้านตำบลวัดหลวง โพนพิสัย หนองคาย
เปิดเวทีพร้อมยื่นหนังสือขับไล่นายอำเภอโพนพิสัย เหตุเซ็นคำสั่งปลดนายก
อบต.วัดหลวง พ้นจากตำแหน่งเหตุขาดคุณสมบัติ ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ
ผู้ว่าเผยคำสั่งนายอำเภอถือว่าเป็นที่สุด หากไม่พอใจยื่นอุทธรณ์ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานจอดรถหน้าที่ว่าการอำเภอโพนพิสัย
จ.หนองคาย มีชาวบ้านในตำบลวัดหลวง อ.โพนพิสัย ประมาณ 300 คน
มารวมตัวชูป้ายขับไล่นายธัมมารัตน์ นาคทอง นอภ.โพนพิสัย ด้วยข้อความต่างๆ
โดยมี ด.ต.พิทยา สาริมูล รองนายก อบต.วัดหลวง เป็นแกนนำ
จากนั้นได้ผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยโจมตีและขับไล่นายธัมมารัตน์ นาคทอง
นายอำเภอโพนพิสัย ที่ออกคำสั่งอำเภอโพนพิสัยที่ 197/2551ให้นายประสิทธิ์
พิมพ์มา นายก อบต.วัดหลวง พ้นจากสมาชิกภาพการเป็นนายก อบต.วัดหลวง

โดยมีเนื้อหาความว่า
ตามที่ได้มีหนังสือร้องขอให้นายอำเภอโพนพิสัยวินิจฉัยความเป็นนายก
อบต.สิ้นสุดลงอันเนื่องมากจากขาดคุณสมบัติของนายประสิทธิ์ พิมพ์มา นายก
อบต.วัดหลวง เนื่องจากอ้างว่ามีพฤติกรรมในทางทุจริตนั้น บัดนี้
นอภ.โพนพิสัย ได้พิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติตามมาตรา 64 วรรคสอง แห่ง
พ.ร.บ.สภาตำบลและ อบต. พ.ศ. 2537 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.
2546 แล้วปรากฏว่า
คณะกรรมการได้ชี้มูลทุจริตโครงการถมดินลูกรังบริเวณวัดโสภาภิมุข
บ้านปากสวย

จึง ทำให้นายประสิทธิ์ พิมพ์มา นายก
อบต.วัดหลวงขาดคุณสมบัติและสิ้นสุดสมาชิกภาพโดยผลของกฎหมายแล้ว สั่ง ณ
วันที่ 28 พ.ค.52 ลงชื่อ นายธัมมารัตน์ นาคทอง นอภ.โพนพิสัย

ด. ต.พิทยา สาริมูล กล่าวว่า
จากคำสั่งดังกล่าวทำให้คณะผู้บริหารและชาวบ้านไม่พอใจจึงได้ทำหนังสือขอความ
เป็นธรรมจากนายอำเภอโพนพิสัย ลงวันที่ 11 มิ.ย.52 โดยเห็นว่า
คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่อำเภอแต่งตั้งมีความเห็นว่า
การดำเนินการทางอาญาและเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง
ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และป.ป.ช.ยังไม่ได้ชี้มูลความผิด

นายประสิทธิ์จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ตาม
พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545
ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2546
ประกอบกับคุณสมบัติบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.
ม.58/1(3) แห่ง พ.ร.บ.สภาตำบลและ อบต. พ.ศ.2537 แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่
5 พ.ศ.2546

การรับสมัครเลือกตั้งและจากการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครของ
กกต.จ.หนองคาย นายประสิทธิ์ พิมพ์มา มีคุณสมบัติครบถ้วน และ
กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้นายประสิทธิ์ พิมพ์มา เป็นนายก
อบต.วัดหลวง ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.51 เป็นต้นมา ซึ่งนายธัมมารัตน์ นาคทอง
นอภ.โพนพิสัย ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่นายประสิทธิ์ พิมพ์มา
โดยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
มาตรา 30 โดยไม่ได้ให้นายประสิทธิ์ฯ
มาชี้แจงสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนที่จะออกคำสั่งปลดแต่อย่างใด
จึงถือว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งพวกตนถือว่านายประสิทธิ์
ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากนั้น
กลุ่มผู้ชุมนุมได้ส่งหนังสือขอความเป็นธรรมผ่านนายยุคล กาญจนศิริพงศ์
ปลัดอาวุโส อ.โพนพิสัย ก่อนแยกย้ายกันกลับไป

ส่วน นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
กล่าวถึงกรณีนี้ว่า
ที่ผ่านมามีเพียงท้องถิ่นอำเภอรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น
แต่ในส่วนอำเภอในฐานะที่เป็นผู้ใช้อำนาจในการสั่งปลดยังไม่ได้รายงานให้
จังหวัดทราบ จากการดูเอกสารของท้องถิ่นอำเภอพบว่ามีการสอบสวน
เมื่อตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้วนายอำเภอจะใช้ดุลพินิจว่าจะฟังคณะกรรมการ
หรือไม่ฟังก็เป็นดุลพินิจของนายอำเภอ

แต่นายอำเภอได้ใช้อำนาจตามมาตรา 64 วรรค 2 สั่งปลดออกจากตำแหน่ง
โดยบอกว่ามีมูล การใช้ดุลพินิจเป็นของผู้ออกคำสั่งตามกฎหมาย
แต่ในทางปฏิบัติน่าจะรายงานให้จังหวัดทราบด้วย
ซึ่งจะให้อำเภอรายงานขึ้นมา

นายกวีกล่าวต่ออีกว่า คำ สั่งถือเป็นเสร็จเด็ดขาด
เป็นอำนาจของนายอำเภอ หมายถึงว่าไม่มีการอุทธรณ์
มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายทันที
แต่ว่าในกระบวนการที่จะขอความยุติธรรมจากศาลปกครองก็เป็นมาตรการหนึ่งที่
เข้ามาดูแลเรื่องนี้ได้
แต่หากใช้มาตรการอื่นก็สามารถอุทธรณ์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงได้
แต่เรื่องนี้ถือเป็นเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ทูตไทยนำ นร.เด็กกำพร้าลาวในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเทพฯ ทัศนศึกษาครั้งแรกที่หนองคาย

หนองคาย - เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์
นำนักเรียนจากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67
ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและทำกิจกรรมที่จังหวัดหนองคาย
เด็กนักเรียนตื่นเต้นดีใจ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่
และเรียนรู้นอกตำราครั้งสำคัญในชีวิต

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (9 มิ.ย.) นายวิบูลย์ คูสกุล
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว)
ได้นำคณะนักเรียนระดับชั้น ม.1-ม.5 จำนวน 83 คน และครู จำนวน 30 คน
จากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67 ส.ป.ป.ลาว ในพระอุปถัมภ์
ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เดินทางมาทัศนศึกษาในจังหวัดหนองคาย
โดยเริ่มที่การชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย
บริเวณมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย

ในการนี้ นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
นักเรียนทั้งชายและหญิงต่างพากันตื่นเต้นที่ได้เห็นปลานานาชนิด
ทั้งปลาทะเล และปลาน้ำจืด
ที่รวบรวมและจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้

จากนั้นได้พาคณะทั้งหมดรับประทานอาหารและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม
ไทย-ลาว ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย พร้อมกันนี้
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนางทิพวรรณ กิตติสถาพร
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองคาย ได้มอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา
และเสื้อผ้าให้กับคณะนักเรียนจากลาวด้วย
ก่อนที่คณะนักเรียนและครูจากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67
จะเดินทางด้วยรถไฟระหว่างประเทศหนองคาย-ท่านาแล้ง กลับประเทศลาว
ในช่วงเย็น

นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) กล่าวว่า สมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงเสด็จฯปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 5
มี.ค.ที่ผ่านมา และ จ.นครพนม ทั้งทรงเสด็จฯยังโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า
หลัก 67 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พระองค์ทรงอุปถัมภ์ไว้ เมื่อ 16 ปีที่ผ่านมา
ประกอบกับเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติของลาว

จึง ได้มีการหารือเพื่อจัดกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนในประเทศลาว
ได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์
เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและเยาวชนไทย-ลาว
ให้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
ซึ่งผู้ใหญ่ของไทยและลาวมีความเห็นตรงกันว่าต้องการให้เด็กและเยาวชนทั้งสอง
ประเทศมีการติดต่อไปมาหาสู่กัน เพิ่มพูนความเข้าใจกันมากขึ้น
จึงได้นำเด็กจากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67
มาทัศนศึกษาที่จังหวัดหนองคาย เป็นการนำร่องก่อนเป็นครั้งแรก
ต่อไปจากขยายรูปแบบกิจกรรมให้มากขึ้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีรับสั่งเมื่อครั้งที่เอกอัครราชทูต เข้าเฝ้าฯ ว่า
ขอให้ทูตทำความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว ให้ดีขึ้นให้ได้
ขอให้ทำความเข้าใจระหว่างคนไทยกับคนลาว ทุกภาคส่วน
ซึ่งกิจกรรมนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่รับสนองพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน

ด้าน ท้าวบัวเทบ พวงมะนี นักเรียนชั้น ม.3 บอกว่า
การได้มาทัศนศึกษาในครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ในชีวิตครั้งแรก
และตื่นเต้นมากที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เห็นมาก่อน
โดยจะนำกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ น้องๆ ที่ไม่ได้มาในครั้งนี้ให้ฟัง
ซึ่งครั้งนี้คงจะเป็นโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่ได้มาเที่ยวต่าง
ประเทศเช่นนี้ เพราะโอกาสในการเดินทางมีน้อย
และยังมีรุ่นน้องอีกเป็นจำนวนมากที่รอคอยการได้มาสัมผัสความรู้สึกเช่นเดียว
กันนี้ จึงต้องผลัดเปลี่ยนกัน
หากเป็นไปได้อยากให้ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมเช่นนี้บ่อยๆ

ส่วน นางวิสุดา แก้วพักดี นักเรียนชั้น ป.3 อายุ 9 ปี
บอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่า ดีใจมากที่ได้มาเห็นปลาทะเลชนิดต่างๆ
ในครั้งนี้ จะจดจำไว้ไม่รู้ลืม เช่นเดียวกับ นางไหมยาง มอลือ
นักเรียนชั้น ม.3 ที่บอกว่า เป็น
ความใฝ่ฝันที่อยากจะมาเห็นปลาทะเลมานานแล้ว ความหวังอีกอย่างหนึ่ง คือ
ต้องการเห็นทะเล อยากสัมผัสว่าสภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร
ปลาที่ชมในวันนี้บางชนิดก็เหมือนในตำรา
แต่บางชนิดก็ไม่มีในตำราเรียนในห้องเรียน
จึงเป็นประสบการณ์นอกตำราที่ดีที่ได้เรียนรู้จริง

ชาวริมโขงหนองคายเฮ! หลังรัฐบาลปล่อยงบกว่า 30 ล้านสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง

หนองคาย - จังหวัดหนองคายเตรียมการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลาย
หลังรัฐบาลอนุมัติงบแล้ว 37.5 ล้านบาท ระยะทางก่อสร้าง 500 เมตร
คาดลงมือได้หลังพ้นฝน ชาวบ้านพอใจหลังรอคอยมานาน
เผยหน้าน้ำนอนผวาทุกคืนหวั่นบ้านพังลงแม่น้ำโขง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้( 8 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมจอมมณี
ศาลากลางจังหวัดหนองคาย นายชัยวัฒน์ รัฐขจร
รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานการประชุมพิจารณาการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลาย
จังหวัดหนองคาย โดยทางจังหวัดได้รับแจ้งจากกรมโยธาธิการและผังเมือง
อนุมัติงบประมาณดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลายบริเวณ
บ้านสีกาย ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย
หลังจากที่ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้วหลายครั้ง

ในที่สุดก็ได้รับการอนุมัติงบประมาณ 37.5 ล้านบาท ระยะทางก่อสร้าง
500 เมตร ระยะเวลาดำเนินการ 600 วัน โดยในวันที่ 2
ก.ค.นี้จะมีการจัดทำประชาพิจารณ์ชาวบ้านสีกายก่อนตามที่กฎหมายกำหนดแล้วจึง
จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้
คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ช่วงปลายฤดูฝนปีนี้

นางอัมพร อุดามาลย์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 2 ซอย 10
บ้านสีกาย ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า
บ้านของตนอยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขง ในอดีตมีที่ดินกว้างหลายเมตร
แต่ถูกน้ำโขงกัดเซาะจนดินทรุดพังลงในแม่น้ำโขง และถูกน้ำกัดเซาะเรื่อยมา
จนขณะนี้เหลือเพียงตัวบ้านเท่านั้น

หากวันใดฝนตกหนัก น้ำโขงเพิ่มปริมาณสูงขึ้น ก็เป็นกังวลนอนไม่หลับ
กลัวว่าบ้านจะทรุดลงในแม่น้ำโขง
เคยร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการนานกว่า 5 ปีแล้ว
จนได้ทราบข่าวว่ารัฐบาลอนุมัติงบประมาณและจะก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งใน
เร็วๆ นี้ ผ่านบ้านของตนด้วย นับเป็นข่าวดีที่จะไม่ต้องเสี่ยงชีวิต
และเสี่ยงต่อทรัพย์สินอีกต่อไป

อย่าง ไรก็ตาม จ.หนองคาย
ยังคงมีพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำโขงและประสบปัญหาตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลายในหลาย
อำเภอ หากไม่เร่งดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงก็จะทำให้ประเทศไทย
สูญเสียพื้นดินลงไปในแม่น้ำโขงอีกเป็นจำนวนมาก

หนองคายฉีดวัคซีน จนท.ปศุสัตว์ป้องกันไข้หวัดใหญ่

หนองคาย-สาธารณ สุขอำเภอเมืองหนองคาย
ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และประชาชนกลุ่ม
เสี่ยงที่สัมผัสโรคทั้งในคนและในสัตว์ เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย

ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย
ได้มีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย นำโดยนางนิลวรรณ
สุพรหมจักร และอาจารย์สิทธิศานติ์ ทรัพย์ศิริโสภา
นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย
นำวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มาให้บริการฉีดให้กับบุคลากรที่ทำงานกลุ่ม
เสี่ยง โดยเฉพาะ สัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย
รวมถึงเจ้าหน้าที่งานธุรการทุกคน
ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะได้รับเชื้อไวรัสที่
เป็นสาเหตุหลักของโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากต้องทำงานออกนอกพื้นที่
สัมผัสพบปะกับประชาชน เกษตรกร และสัตว์เลี้ยงนานาชนิด อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังจะให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กับประชาชนกลุ่ม
เสี่ยงในพื้นที่ เช่น ที่ต.เวียงคุก และ ต.ปะโค
ซึ่งมีประชาชนเลี้ยงไก่ไข่เป็นจำนวนมาก เสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดนก รวมถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้วย

สำหรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นี้
จะฉีดวัคซีนป้องกันให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการในช่วง
เดือน ก.ค. - ส.ค.ของทุกปี
เป็นวัคซีนที่เป็นไปตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกและสหภาพยุโรป
สำหรับวัคซีนฤดูกาล 2008/2009.

อนุบาลหนองคายเสริมความรู้นักเรียนป้องกันโรคติดต่อ

หนองคาย - ครูโรงเรียนอนุบาลหนองคาย
เสริมสร้างความรู้นักเรียนเข้าใจและป้องกันโรคติดต่อสำคัญทั้ง ชิคุรกุนยา
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และโรคไข้เลือดออก
รวมถึงวิธีสังเกตเห็ดพิษ

วันนี้ (4มิ.ย.) เมื่อเวลา 08.15 น. ที่ด้านหน้าเสาธง
โรงเรียนอนุบาลหนองคาย อ.เมืองหนองคาย นายสัมฤทธิ์ เจริญดี
ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลหนองคาย
ได้ใช้เวลาอบรมนักเรียนหน้าเสาธงก่อนขึ้นห้องเรียน
ด้วยการนำข้อมูลข่าวสารที่สำคัญในสังคมปัจจุบันมาสอนและแนะนำนักเรียน

ในครั้งนี้ได้อบรมนักเรียนให้มีความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการป้องกันและเฝ้าระวังโรคชิคุนกุนยา
,โรคไข้เลือดออก ,โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งเป็นโรคติดต่อสำคัญขณะนี้
ให้นักเรียนได้ศึกษาทำความเข้าใจและนำวิธีการป้องกันไปปรับใช้ในชีวิตประจำ
วัน ดูแลตัวเองไม่ให้ถูกยุงลายกัด
ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา

รวมถึงกระจายข้อมูลข่าวสารไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองและญาติมิตรหลัง
จากกลับจากโรงเรียนแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำวิธีการสังเกตเห็ดชนิดต่าง
ๆ โดยเฉพาะเห็ดพิษ ให้นักเรียนทราบข้อมูลและเรียนรู้ลักษณะของเห็ดพิษ
ข้อห้ามในการนำเห็ดที่มีลักษณะเป็นพิษมารับประทาน
เนื่องจากหลายครอบครัวนิยมซื้อเห็ดมาปรุงเป็นอาหารในช่วงหน้าฝน
โดยคณะครูจะนำป้ายรายละเอียดของโรคติดตามสถานที่ต่าง ๆ
ให้นักเรียนได้ศึกษาอย่างทั่วถึงกัน

ทั้ง นี้
นอกจากจะเป็นเสริมความรู้ให้กับนักเรียนนอกเหนือจากตำราเรียนแล้ว
ยังเป็นการฝึกให้นักเรียนรู้จักสนใจข่าวสารบ้านเมืองในปัจจุบันเพื่อให้นัก
เรียนมีความสนใจใคร่รู้และหมั่นศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไทยพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 5 ราย หนองคายเฝ้าระวัง! ผู้เข้า - ออก ตามแนวชายแดน

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
ไทย พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 5 ราย หนองคายเข้มเฝ้าระวัง!
ผู้เข้าออก - ตามแนวชายแดน *************************************
นายแพทย์อิทธิพล สูงแข็ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย แจ้งว่า
จากสถานการณ์การระบาดอย่างรวดเร็วของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
สายพันธุ์ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) ใน 60 ประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ
100 ราย และป่วยอีกกว่า 16,000 ราย
โรคนี้สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วจากการเดินทาง สำหรับประเทศไทย
ขณะนี้พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้ว จำนวน 5 ราย
ซึ่งก่อให้เกิดการตื่นตัวในการเฝ้าระวังป้องกันต่อโรคดังกล่าว
ขณะนี้ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
สำหรับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ ภายหลังการรับเชื้อ
2 - 7 วัน ผู้ป่วย จะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ
อาจมีอาเจียนท้องเสียร่วมด้วย ต่อมาปอดอักเสบรุนแรง หอบ หายใจลำบาก
ทำให้เสียชีวิตได้ จึงควรปิดปากปิดจมูกอยู่เสมอเวลาไอ - จาม
และลางานหรือลาหยุดเรียนเพื่อพักผ่อนที่บ้านและรักษาอาการป่วยจนกว่าจะหาย
ขาด นายแพทย์อิทธิพล สูงแข็ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่เดินทางเข้า- ออกประเทศ
ทางด่านควมคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศไทยและสปป.ลาว
ได้มีการตรวจผู้ที่มีอาการไข้
โดยเฉพาะผู้ที่เคยเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด
และหากพบผู้ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009
ก็จะรายงานภายใน 24 ชั่วโมง ระหว่างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย กับ
แผนกสาธารณสุขนครหลวงเวียงจันทน์และแผนกสาธารณสุขแขวงบอลิคำไซ
เพื่อป้องกันไม่ให้มีการระบาดในวงกว้าง ขอย้ำประชาชนอย่าประมาท
หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกายอย่างรุนแรง
และหากมีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาด
ต้องรีบไปพบแพทย์และแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อรับการตรวจรักษาโดยด่วน
Add starShareShare with noteEmail

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

หนองคายวอนผู้ประกอบการงดดูดทรายแม่น้ำโขงหวั่นตลิ่งพัง

หนองคาย - จังหวัดหนองคาย
พิจารณาขอให้ผู้ประกอบการดูดทรายในแม่น้ำโขงงดดำเนินการในช่วงฤดูฝน
ป้องกันปัญหาตลิ่งแม่น้ำโขงทรุด
และกระแสน้ำโขงเปลี่ยนทิศกระทบต่อแนวเขตร่องน้ำลึกไทยลาว

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมปกครอง ชั้น 4
ศาลากลางจังหวัดหนองคาย นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายประจำจังหวัด
หนองคาย เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยได้ขอความเห็นกรณีถ้าจะกำหนดให้งดเว้นการดูดทรายตาม
แม่น้ำโขงและแม่น้ำเหืองในช่วงฤดูฝน 4 เดือน ระหว่างเดือน
ก.ค.-ต.ค.ไว้ในเงื่อนไขการอนุญาตให้ดูดทรายเพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงร่วม
ไทย-ลาว

เพราะหากมีการดูดทรายในแม่น้ำโขงช่วงฤดูฝน
จะส่งผลกระทบต่อตลิ่งแม่น้ำโขงที่จะทรุดเสียหาย
ช่วงฤดูฝนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงจะมีมาก กระแสน้ำไหลเชี่ยว
หากยังมีการดูดทรายจะทำให้ตลิ่งพัง กระแสน้ำโขงเปลี่ยนทิศ
ทำให้แนวเขตร่องน้ำลึกระหว่างไทย-ลาว เปลี่ยนไป

ทั้งนี้ จ.หนองคาย โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทราย
ได้ร่วมกันหาทางแก้ปัญหาการร้องเรียนเกี่ยวกับการดูดทรายในพื้นที่
การแก้ไขปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องในด้านต่างๆ
โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
ในปี 2552 จังหวัดหนองคายมีผู้ยื่นขออนุญาตดูดทรายรายใหม่ 7 ราย
ขอต่ออายุใบอนุญาต 23 ราย รวม 30 ราย คณะทำงานได้ออกตรวจท่าทรายทั้ง 30
ราย เห็นชอบอนุญาตให้ดูดทราย 7 ราย และเห็นชอบต่ออายุใบอนุญาต 23 ราย

ส่วนการงดดูดทรายในช่วงฤดูฝนนั้น
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะงดดำเนินการดูดทรายช่วงฤดูฝนเองตามปกติอยู่แล้ว

ชาวหนองคายแย่งซื้อของถูกมหกรรมธงฟ้า

หนองคาย - ชาวหนองคายแย่งกันซื้อไข่ไก่และเนื้อหมูราคาถูกกว่าท้องตลาด
ในงานมหกรรมธงฟ้ามหาชน พร้อมอุดหนุนสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย
อ.เมืองหนองคาย นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานเปิดงานมหกรรมธงฟ้า มหาชน จังหวัดหนองคาย ระหว่างวันที่ 31
พ.ค.-2 มิ.ย.52 ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
เพื่อช่วยเหลือประชาชนแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าครองชีพ

เนื่องจากสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน
เพิ่มทางเลือกและกระตุ้นให้ผู้บริโภคในจังหวัดได้ใช้จ่ายซื้อสินค้าราคา
ถูกกว่าท้องตลาด เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ
ในครั้งนี้สินค้าที่ได้รับความนิยมจากชาวหนองคายมากที่สุดคือไข่ไก่
และเนื้อหมู โดยไข่ไก่ ขายแผงละ 60 บาท จากราคาท้องตลาดแผงละ 78 บาท
และเนื้อหมู ก.ก.ละ 90 บาทเท่านั้น
ซึ่งประชาชนได้ห้อมล้อมแย่งกันซื้อไข่ไก่และเนื้อหมูกลับบ้านกันเป็นจำนวน
มาก นอกจากนี้สินค้าจากโรงงานและสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ อาหารทะเล
ก็ได้รับความสนใจจากชาวหนองคายเลือกซื้อกลับไปบริโภคกันเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ทั้งนี้ จ.หนองคาย ได้จัดงานมหกรรมธงฟ้ามหาชนมาแล้ว 1 ครั้ง
ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย.52 ณ บริเวณลานน้ำพุพญานาค
มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน 96 ร้าน มียอดการจำหน่ายรวม 3,270,000 บาท
และสำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงานระดับจังหวัด
มีผู้ประกอบการของจังหวัดหนองคายและต่างจังหวัดเข้าร่วมงาน 150 ร้าน
คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาทตลอดช่วงการจัดงาน