วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เน้นแจ้งข่าวนักท่องเที่ยวห้ามหิ้วเหล้า-บุหรี่กลับฝั่งไทยเกินโควต้า หวั่นเข้มงวดข้อกฏหมายกระทบบรรยากาศท่องเที่ยว

หนองคาย-ศุลกากรหนองคายแถลงผล ตรวจยึดเหล้า บุหรี่
ที่นักท่องเที่ยวนำเข้าเกินกว่าสิทธิที่กฎหมายกำหนดเข้าประเทศ
พร้อมสินค้าลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย
เผยหลังใช้มาตรการตั้งกล่องทิ้งสินค้านำเข้าเกินเพียง 5 วัน
นักท่องเที่ยวผ่านด่านสะพานฯให้ความร่วมมือดี
ทิ้งเหล้าบุหรี่ซื้อเกินลงกล่อง ไม่เสี่ยงถูกจับ
แถมบางรายยังนำสินค้าไปคืนร้านค้าที่ลาวเอง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้( 20 พ.ค.)
ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย- ลาว ฝั่งขาออกประเทศ อ.เมือหนองคาย
นายภราดร พงษ์สุวรรณ นายด่านศุลกากรหนองคาย, นายเผดิมเดช มั่งคั่ง
หัวหน้าฝ่ายควบคุมทางศุลกากร ด่านศุลกากรหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมสินค้า ห้วงระหว่างวันที่ 15-20 พ.ค.2552
ประเภทเหล้าต่างประเทศ 137 ขวด, บุหรี่ต่างประเทศ 43 คอตตอน, ไพ่พลาสติก
78 สำรับ กระเป๋าสตางค์แบบผู้หญิง 2 ใบ มูลค่าประมาณ 41,450 บาท

ทั้งยังได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 92
เครื่อง ซึ่งบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทางปะปนมากับสัมภาระผู้โดยสาร
บนรถโดยสารระหว่างประเทศ แต่ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ
เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ มูลค่าของกลางประมาณ 320,000 บาท

นายภราดร พงษ์สุวรรณ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า
หลังจากที่รัฐบาลประกาศปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลอกอฮอล์และบุหรี่
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประกอบกับนักท่องเที่ยวที่ผ่านด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย
- ลาว ไปท่องเที่ยวยังประเทศลาว
และขากลับมักจะซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลอดภาษีฝั่งลาว ประเภทเหล้า บุหรี่
เข้ามาด้วย ซึ่งตามสิทธิแล้วนักท่องเที่ยวสามารถซื้อเหล้า เบียร์ ไวน์
ได้คนละ 1 ลิตร หรือ 1 ขวด บุหรี่ คนละ 1 คอตตอน หรือ 200 มวน
หากเกินกว่านี้จะถูกจับ

แต่เนื่องจากหลังการปรับขึ้นภาษีในไทย
ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่นิยมข้ามไปซื้อเหล้า บุหรี่
จากลาวกลับเข้ามาเพราะเห็นว่ามีราคาถูกกว่า
รวมทั้งมีความพยายามลักลอบเข้ามาในปริมาณมาก จนถึงขั้นนำมาในเชิงพาณิชย์
เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงต้องเข้มงวดกวดขัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดท่องเที่ยว
และไม่อยากให้การเข้มงวดของเจ้าหน้าที่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
ทางศุลกากร จึงได้ประชาสัมพันธ์แจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบถึงสิทธิในการซื้อสินค้าให้
ทราบก่อนเดินทางออกนอกประเทศ และจัดทำกล่องทิ้งสินค้านำเข้าที่เกินกว่า
ได้รับสิทธิให้นำเข้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตั้งไว้บริเวณก่อนถึงจุดตรวจ
ของเจ้าหน้าที่ศุลกากร

เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อสินค้ามาเกินกว่ากำหนดก็ต้องทิ้งลงกล่อง
นำเข้าได้เฉพาะตามสิทธิเท่านั้น หรือหากนักท่องเที่ยวเสียดาย
ก็สามารถเดินทางย้อนกลับไปคืนสินค้าเรียกเงินคืนได้ที่ร้านค้าปลอดภาษีในลาว
เพื่อไม่ต้องเสียเงิน และเสียสินค้าที่ซื้อมา
ซึ่งในช่วงแรกนักท่องเที่ยวยังไม่ทราบถึงมาตรการนี้ทำให้มีสินค้าถูกทิ้งลง
กล่องในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก
หลังจากนี้คาดว่าปริมาณจะลดลงเนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มทราบถึงมาตรการของ
เจ้าหน้าที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังได้ขอความร่วมมือกับประชาชน นักท่องเที่ยว
โดยเฉพาะบรรดาข้าราชการที่เดินทางไปเที่ยวยังต่างประเทศ
แล้วซื้อสินค้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตาม
ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่ทางการกำหนดไว้
ไม่อาจใช้สิทธิพิเศษในการเป็นข้าราชการที่จะกระทำผิดเสียเองได้

ตร.หนองคายเตรียมแผนดูแลความปลอดภัยช่วงลาวจัดแข่งซีเกมส์

หนองคาย-ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย เตรียมแผนการรองรับนักท่องเที่ยว
ดูแลความปลอดภัยทัพนักกีฬาในช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์
ที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพ


วันนี้( 19
พ.ค.)ที่ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พลตำรวจตรี
พิสัณห์ อาวีกร วรเทพนิตินันท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานการประชุมคณะทำงานด้านการรักษาความปลอดภัย
เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์
โดยมีหน่วยงานสถานีตำรวจภูธรในสังกัดทุกแห่ง, ตำรวจน้ำ,
ตชด.,หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง,
ด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย, วิทยาการหนองคาย, ตำรวจรถไฟ, ตำรวจสันติบาล,
ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจทางหลวง ร่วมหารือ

พลตำรวจตรี พิสัณห์ อาวีกร วรเทพนิตินันท์
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ประเทศ สปป.ลาว
จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 "เวียงจันทน์เกมส์"
ห้วงระหว่างวันที่ 9-18 ธ.ค.2552 ซึ่งคาดว่าจะมีนักกีฬา ผู้ฝึกสอน
เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียน
เดินทางมาร่วมมหกรรมกีฬาดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมาก
ซึ่งจังหวัดหนองคายเป็นพื้นที่หลักที่สำคัญ
เนื่องจากจะมีกีฬาบางประเภทมาทำการแข่งขันในรอบคัดเลือกที่สนามกีฬาใน
จังหวัดหนองคาย

ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในการอำนวยการรักษาความปลอดภัย
โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย
เป็นหัวหน้าคณะทำงานด้านการรักษาความปลอดภัย
ดังนั้นจึงต้องมีการประสานงาน วางแผนมาตรการรองรับ
กำหนดแผนการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
การปราบปรามอาชญากรรมและอำนวยความสะดวกการจราจรแก่คณะบุคคลสำคัญ
คณะนักกีฬา สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว
ให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยที่สุดในการมาร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์

การประชุมในครั้งนี้ได้กำชับให้แต่ละหน่วยงานจัดทำแผนการดำเนินการ
การปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก
ตามภารกิจหลักของแต่ละหน่วยงาน กำหนดกรอบอัตรากำลังเจ้าหน้าที่
งบประมาณดำเนินการ
นำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาร่วมกันในการประชุมครั้งต่อไป
เพื่อให้การเตรียมความพร้อมรับมือซีเกมส์ ครั้งที่ 25
เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เตือนชาวนาระวังฉี่หนูหนองคาย พบผู้ป่วยแล้ว 5 ราย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 09:56 น.
หนองคาย - สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
เตือนประชาชนระวังโรคฉี่หนูช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะชาวนาต้องระวังเป็นพิเศษ
ขณะที่พบผู้ป่วยแล้ว 5 ราย

นายแพทย์วิศณุ วิทยาบำรุง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนโรคที่ต้องพึงระวังคือโรคเลปโตสไปโรซีส
หรือโรคฉี่หนู ซึ่งมักจะมีเชื้อโรคฉี่หนูตามหนอง คลอง บึง หรือทุ่งนา
ชาวนาที่ไม่ระวังตัวจะมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคฉี่หนู
ซึมเข้าตามผิวหนังที่เป็นแผลหรือตามซอกเล็บ
โดยในช่วงที่พบโรคฉี่หนูมากที่สุดเป็นช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.
แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนก็จะเริ่มมีการพบเชื้อดังกล่าวนี้แล้ว
ขณะนี้จังหวัดหนองคายมีผู้ป่วยด้วยโรคฉี่หนูแล้ว 5 ราย คิดเป็นอัตราป่วย
0.55 ต่อประชากรแสนคน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน
ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต อำเภอที่พบผู้ป่วย อยู่ที่ อ.เมืองหนองคาย,
อ.พรเจริญ, อ.โพนพิสัย และ อ.โซ่พิสัย

อย่างไรก็ตาม ประชาชนหรือเกษตรกร ชาวนาที่ต้องเดินลุยน้ำย่ำโคลน
ควรระมัดระวัง ป้องกันตัวเอง
โดยเฉพาะชาวนาควรสวมใส่รองเท้าบูตเวลาต้องลุยโคลน
เมื่อเสร็จงานทุกครั้งควรล้างมือ ล้างเท้า อาบน้ำให้สะอาด

หากประชาชนมีอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ
ปวดน่อง มีไข้สูง และเยื่อบุตาแดง
ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาโรคโดยทันที

สสจ.หนองคายจี้ จนท.เข้มบังคับใช้ กม.คุมแอลกอฮอล์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 14:35 น.
หนองคาย - สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
เร่งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในจังหวัดดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและพระราช
บัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หวังลดปริมาณผู้บริโภค
โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นให้ลดน้อยลง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้( 19 พ.ค.
)ที่ห้องประชุมโรงแรมหนองคายแกรนด์ อ.เมืองหนองคาย นายพีระศักดิ์
หินเมืองเก่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานเปิดการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานใช้บังคับกฎหมายควบคุมการบริโภคเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์และยาสูบในระดับพื้นที่ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความเข้มแข็งต่อเนื่องเป็นรูปธรรม
รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้บริโภคหน้าใหม่
ลดปริมาณการบริโภคในกลุ่มที่เสพอยู่แล้ว และลดผลกระทบด้านต่างๆ
ที่เป็นผลจากการบริโภคลง

ทั้งนี้ จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2534-2549 พบว่า
อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยมีแนวโน้มลดลงเกือบทุกกลุ่มอายุ
ยกเว้นกลุ่มวัยรุ่น 15-18 ปี กลับมีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น
อีกทั้งยังเป็นกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มนักสูบหน้าใหม่ที่ต้องเฝ้าระวังและจับตา
มองมากที่สุด

สำหรับสถานการณ์บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า ในปี 2549
มีประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไปดื่มสุราเป็นร้อยละ 31.6
เกือบทุกกลุ่มอายุมีอัตราการดื่มลดลง ยกเว้นกลุ่มวัยรุ่น 15-18 ปี
ที่มีอัตราการดื่มสุราเพิ่มขึ้นและเมื่อพิจารณาถึงอายุที่เริ่มดื่มพบว่า
ทั้งเพศชายและหญิงมีอายุเฉลี่ยที่เริ่มดื่มเร็วขึ้น
ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นหญิงได้เพิ่มจำนวนขึ้นเกือบ 6 เท่า จากร้อยละ 1
เป็นร้อยละ 5.6 ในเวลาเพียง 7 ปี และกลุ่มเยาวชนชายมีถึงร้อยละ 21
ที่ระบุว่าตนเองดื่ม

ซึ่ง เป็นการสะท้อนพฤติกรรมในรูปของการทะเลาะวิวาท อาชญากรรม
อุบัติเหตุจราจร ปัญหาครอบครัว การทำงานหย่อนประสิทธิภาพ
โดยพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของการถูกทำร้ายต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
และกว่า 1 ใน 3 ของคดีอาญาเกี่ยวกับเพศ
ล้วนเกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสิ้น

อ้าง ศก.ทรุดแห่รุกพื้นที่ป่าพานพร้าวหนองคาย-ป่าไม้บุกยึดพื้นที่หวังปกป้องป่าสงวน

หนองคาย- ป่าไม้ตรวจยึดพื้นที่
หลังมีผู้บุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าวแก้งไก่ ทำสวนยางพารา ระบุ
เศรษฐกิจทรุดคนบุกรุกป่าทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้นเท่าตัว
เจ้าหน้าที่เร่งหาผู้บุกรุกทั้งนายทุนและชาวบ้าน
พร้อมควบคุมพื้นที่ป่าสงวนไม่ให้ขยายเขตแนวบุกรุกป่า

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (18 พ.ค.) นายศราวุธ ศรีดาวงศ์
หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.2 พร้อม นายพัลลภ พิลา นายอำเภอสังคม
จ.หนองคาย ดาบตำรวจ สุบิน พาดกลาง รองผู้บังคับหมวด ตชด.2451
ฐานบ้านป่าสัก และเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี
ได้ตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าว แก้งไก่ ริมถนนสายสังคม-ปากชม
เขตพื้นที่บ้านปากโสม ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย

โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
บริเวณดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพื้นที่
กลุ่มผู้บุกรุกได้หลบหนีไปทิ้งไว้เพียงรถจักรยาน 1 คัน จอบ
และเสียมจำนวนหนึ่ง

จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ
ที่ถูกบุกรุกแผ้วถางเป็นลักษณะสภาพพื้นที่มีหินโผล่ ทางลาดชันขึ้นภูเขา
สามารถมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงได้ชัดเจน
ผู้บุกรุกได้ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ออก แล้วมีการปลูกพืชหลายชนิด เช่น ยางพารา
ที่เพิ่งปลูกใหม่ประมาณ 1 เดือน, มันสำปะหลัง และ กล้วย
ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ พร้อมทั้งปลูกกระท่อมชั่วคราว 2 หลัง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออก
และจะเร่งหาตัวผู้บุกรุกป่ามาดำเนินการตามกฎหมาย

นายศราวุธ ศรีดาวงศ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.2
กล่าวว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าว แก้งไก่นี้
ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะ อ.สังคม
มีพื้นที่ประมาณ 1 แสน 8 หมื่นไร่
มีผู้บุกรุกลักลอบเข้ามาตัดไม้ทำลายป่าและแผ้วถางป่าเพื่อทำการเกษตรตั้งแต่
ปี 2547 เป็นต้นมา ประมาณ 9 หมื่นไร่
เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมป้องกันรักษาป่า

แต่ ที่ผ่านมาพบปัญหาติดขัดหลายด้าน
ผู้บุกรุกส่วนใหญ่มีทั้งนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเกษตรกร
ซึ่งในกรณีที่เกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินแล้วเข้ามาแผ้วถางป่าเพื่อปลูกพืชผัก
ทำการเกษตร เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ดำเนินการได้เฉพาะในพื้นที่ที่จำกัด
ไม่อนุญาตให้ขยายพื้นที่แผ้วถางป่าเพิ่มเติม

แต่ปัจจุบันมีหลายรายที่ขยายแนวเขต บุกรุกป่ามากขึ้น
และขายสิทธิพื้นที่ครอบครองให้กับนายทุน
เป็นผลสืบเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกิน ผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ
การเลิกจ้างงาน ทำให้ความต้องการทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้น
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้สนธิกำลังกับหน่วยงานต่างๆ
เพื่อดำเนินการควบคุมรักษาพื้นที่ป่าสงวนและตรวจยึดพื้นที่ที่ถูกบุกรุกจาก
นายทุนกลับมาเป็นสมบัติของส่วนรวม

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

หนองคายเดินหน้าดันโฮมสเตย์ดึงนักท่องเที่ยว ชูจุดขายธรรมชาติ-วัฒนธรรมท้องถิ่น

หนองคาย - ผู้ว่าฯหนองคาย
ผลักดันการบริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์กระตุ้นภาคการท่องเที่ยว
เน้นจุดขายทางธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ใช่จัดฉาก
เชื่อหากทำได้จริงจะเป็นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและขยายฐานดึงนักท่องเที่ยว
ต่างชาติได้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (17 พ.ค.)
ที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านสีกายเหนือ ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย นายกวี
กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรการบริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์
ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นำตัวแทนหมู่บ้านที่บริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์ที่เข้ารับการประเมิน
มาตรฐานหมู่บ้านโฮมเสตย์ ประจำปี 2552 จำนวน 58 หมู่บ้านโฮมเสตย์ จาก 29
จังหวัดทั่วประเทศ เข้ารับการอบรม ให้มีความรู้ ความเข้าใจ
เกี่ยวกับการบริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์ให้เกิดความคุ้มค่า น่าอยู่
น่าเที่ยว

โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
และชมการบริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์ของบ้านสีกาย
ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานหมู่บ้านโฮมสเตย์เมื่อปีที่ผ่านมา

นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า
ขณะนี้ประเทศไทยประสบปัญหาหลายด้านรุมเร้า ทั้งปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ
ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว
แม้ว่ารัฐบาลจะมีความพยายามผลักดันให้การท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติแต่ก็
ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนไทยทุกคนที่จะช่วยกันท่องเที่ยวในประเทศ
ลดการเดินทางไปเที่ยวยังต่างประเทศ

ซึ่งหมู่บ้านโฮมสเตย์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่
ชื่นชอบธรรมชาติ เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละท้องถิ่น
จะได้สัมผัสและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้นั้น ควบคู่กับการพักผ่อนหย่อนใจ
แต่จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า
หมู่บ้านโฮมสเตย์มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว
การที่บริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์ให้ได้ผลสำเร็จนั้น
ชาวบ้านทุกคนจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ภาครัฐเองก็ต้องเข้ามาประสานงาน บูรณาการการทำงานร่วมกัน

ดึง ความเป็นธรรมชาติของท้องถิ่นเป็นจุดขาย
และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่ไม่เน้นการปรุงแต่งหรือประยุกต์จนกลายเป็นการ
จัดฉาก ให้นักท่องเที่ยวได้เกิดความประทับใจ
จนถึงขั้นขยายฐานนักท่องเที่ยวดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในหมู่บ้านโฮ
มสเตย์ได้ในอนาคต

อนามัยทั่วหนองคายตั้งศูนย์เฝ้าระวังไข้หวัดพันธุ์ใหม่2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤษภาคม 2552 21:59 น.
หนองคาย -สาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย
จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ทุกสถานีอนามัยครอบคลุมทุกตำบล ดึง อสม.ช่วยเฝ้าระวังผู้ป่วยในชุมชน
แจ้งเหตุด่วน เพื่อสกัดโรคได้ทัน


นายมะณู บุญศรีมณีชัย สาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย และนายสมปอง
จันทพันธุ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ และ อสม. ในตำบลหนองกอมเกาะ
อ.เมืองหนองคาย เกี่ยวกับการเฝ้าระวัง
ป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ทั้งนี้ ได้ย้ำให้ อสม.ทุกคนทำความเข้าใจ
ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการระบาดของโรค
และลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนในชุมชนให้มากขึ้น
หากพบประชาชนที่เข้าข่ายต้องสงสัย เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ มีน้ำมูก
ที่สำคัญมีประวัติเคยเดินทางมาจากต่างประเทศ

โดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาดของโรคต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำ
ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้
โดยเร็ว เพื่อเจ้าหน้าที่อนามัยแจ้งต่อระดับอำเภอและจังหวัด
นำตัวผู้ป่วยต้องสงสัยเข้ากระบวนการตรวจสอบทันที

ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ 2009 ขึ้น โดยใช้สถานีอนามัยของแต่ละตำบลที่มีอยู่เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงาน
ทั้งกระจายข้อมูลข่าวสาร รวบรวมข้อมูล การปฏิบัติงานทุกขั้นตอน
ประสานกับส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง
เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังโรคหากเกิดมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ได้อย่างทันท่วงที

รวมทั้งสังเกตญาติพี่น้องจากประเทศลาวที่มีโอกาสติดต่อโรคภัยไข้เจ็บ
ต่าง ๆ ไม่เฉพาะแค่โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนี้จะสามารถเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ และบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐกับประชาชน