ลำตัวเหมือนจักจั่นแต่ส่วนหัวมีเนื้อเยื่อยื่นออกมาคล้ายดอกเห็ด
เชื่อเป็นเครื่องรางนำโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย
หลังชาวบ้านโชคดีฝันเห็นจักจั่นใบ้หวย ถูกหวยถ้วนหน้า
ขุดขายได้ราคาดีตั้งแต่ 199-5,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอสังคม
จ.หนองคาย และอำเภอน้ำโสม จ.อุดรธานี จำนวนมาก
ต่างกันนำเสียมและอุปกรณ์ปลายแหลมเข้าป่าเพื่อขุดหาว่านจักจั่น
ซึ่งมีอยู่มากมายใต้พื้นดินลึกลงไปประมาณ 3 นิ้ว
โดยจะมีหัวยื่นออกมาโผล่พ้นพื้นดินคล้ายเห็ดเข็มทอง
แต่พอขุดลงไปกลับพบเป็นตัวจักจั่นมีหัวแหลม ปลายหัวมีหลายรูปแบบ
ทั้งแบบดอกบัวตูม, ดอกเข็มเล็ก, ดอกเห็ดเข็มทอง, แบบเขากวาง
และแบบงวงช้าง ว่านจักจั่นจะมีความยาวตั้งแต่ 3-5 นิ้ว
พอขุดว่านจักจั่นขึ้นมาได้ ตัวจักจั่นจะมีสีขาวและอ่อนนิ่ม
ชาวบ้านจะนำไปล้างเอาดินออกแล้วเคลือบแลกเกอร์
ให้ตัวจักจั่นแข็งตัวและเก็บไว้ได้นาน แล้วนำใส่กรอบเป็นเครื่องราง
เครื่องบูชา
นางต๋อย แก้วบัวละบัด อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 197 หมู่ 7
บ้านไทยรุ่งเรือง ต.นางัว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี กล่าวว่า
ได้มาขุดหาว่านจักจั่นตลอดทั้งวัน
และได้ว่านจักจั่นติดมือกลับบ้านทุกวันมากบ้างน้อยบ้าง เช่น บางวันได้ 10
ตัว บางวันได้เพียง 2 ตัว
ซึ่งว่านจักจั่นนี้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเครื่องรางนำโชค
โดยมีชาวบ้านคนหนึ่งถูกหวยทันทีหลังจากขุดเจอว่านจักจั่นเพียงวันเดียว
ในแต่ละวันจะมีชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ
มาขุดหาว่านจักจั่นกันจำนวนมาก ทั้งบริเวณป่าเขาขาด สวนป่ายูคาลิปตัส
หรือป่าละเมาะทั่วไปตามหมู่บ้าน ก็พบว่านจักจั่นเช่นเดียวกัน
และชาวบ้านได้นำว่านจักจั่นไปขายคู่ละ 199 บาท
และหากว่านจักจั่นคู่ไหนที่สมบูรณ์ ตัวอ้วน
หัวยื่นยาวและมีลักษณะสวยงามก็จะได้ราคาแพง และบางตัวราคาสูงถึง 5,000
บาท
ขณะนี้มีความต้องการว่านจักจั่นเป็นจำนวนมาก
ทำให้ชาวบ้านต่างพากันก้มหน้าก้มตาขุดหาว่านจักจั่นกันจ้าละหวั่น
นายรุ่งสวัสดิ์ วารีศรี อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201 หมู่ 1
ต.ศรีสำราญ อ.น้ำโสม เจ้าของร้านพระเครื่อง กล่าวว่า
ทุกวันจะมีชาวบ้านนำว่านจักจั่นนี้มาให้ทางร้านล้างดินออกให้
และเคลือบแลกเกอร์ เพราะหากไม่เคลือบแลกเกอร์ไว้
จะทำให้ตัวจักจั่นอ่อนนิ่มและเน่าทิ้ง
เมื่อเคลือบแห้งแล้วบางคนก็นำใส่กรอบพระ
บางคนก็ใส่กระปุกเก็บไว้เป็นเครื่องราง
โดยมีความเชื่อว่าว่านจักจั่นนี้เป็นเครื่องรางให้โชคลาภ
และยังเป็นเครื่องรางที่มีประจำรถไว้จะแคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุ
ทั้งนี้ เนื่องจากหากจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะมีเสียงจักจั่นร้องเตือนคนขับให้รู้ตัว
ทำให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุมาแล้วหลายคน
นอกจากนี้ว่านจักจั่นนี้เป็นสิ่งแปลกและมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ทำให้ชาวบ้านต้องการเห็นและมีไว้ในครอบครองทำให้ความต้องการมีมากขึ้น
สำหรับว่านจักจั่นที่ชาวบ้านขุดหากันนั้น
มีลักษณะลำตัวเหมือนจักจั่นทุกอย่าง ตั้งแต่ดวงตา ลำตัว ขา
แต่มีบางอย่างติดอยู่ที่หัวจักจั่น
ทำให้ยังเป็นที่ข้องใจอยู่ว่าแท้จริงแล้วเป็นตัวจักจั่นที่อยู่ใต้ดิน
เจริญเติบโตอยู่ใต้ดิน
แต่มีเชื้อรามาเกาะบนหัวและยื่นยาวออกมาโผล่พ้นพื้นดิน
หรือจะเป็นพืชชนิดว่านตามที่ชาวบ้านเชื่อกัน
จากตรวจสอบลักษณะวงจรชีวิตของจักจั่นทราบว่า
เจ้าตัวจักจั่นมีวงจรชีวิตแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 จะเป็นไข นาน
4 เดือน โดยเจ้าตัวจักจั่นจะวางไข่ใต้เปลือกไม้ และต่อมาจะเป็นระยะที่ 2
ซึ่งเป็นตัวอ่อน โดยช่วงนี้จะมีระยะเวลายาวนานประมาณ 4-6 ปี
และช่วงที่เป็นตัวอ่อนนี้เอง เจ้าจักจั่นตัวอ่อนจะร่วงลงสู่พื้นดิน
แล้วใช้ขาหน้าขุดฝังตัวไปอาศัยอยู่ในดิน
แล้วดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากไม้เป็นอาหาร
ส่วนระยะสุดท้ายเป็นตัวเต็มวัย จะมีระยะเวลาเพียง 1-2 เดือน
ตัวจักจั่นจะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นไม้เป็นอาหาร
ส่วนแหล่งที่อยู่อาศัย เมื่อตัวเต็มวัยเกาะอยู่ตามกิ่งไม้
ถ้าในประเทศไทยจะพบมากที่ต้นกุง หรือกอหน่อไม้ ซึ่งจะพบมากในช่วงเดือน
เม.ย.- พ.ค. ของทุกปี
ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050480
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น