วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ทูตไทยนำ นร.เด็กกำพร้าลาวในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเทพฯ ทัศนศึกษาครั้งแรกที่หนองคาย

หนองคาย - เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์
นำนักเรียนจากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67
ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและทำกิจกรรมที่จังหวัดหนองคาย
เด็กนักเรียนตื่นเต้นดีใจ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่
และเรียนรู้นอกตำราครั้งสำคัญในชีวิต

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (9 มิ.ย.) นายวิบูลย์ คูสกุล
เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว)
ได้นำคณะนักเรียนระดับชั้น ม.1-ม.5 จำนวน 83 คน และครู จำนวน 30 คน
จากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67 ส.ป.ป.ลาว ในพระอุปถัมภ์
ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เดินทางมาทัศนศึกษาในจังหวัดหนองคาย
โดยเริ่มที่การชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย
บริเวณมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย

ในการนี้ นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
นักเรียนทั้งชายและหญิงต่างพากันตื่นเต้นที่ได้เห็นปลานานาชนิด
ทั้งปลาทะเล และปลาน้ำจืด
ที่รวบรวมและจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้

จากนั้นได้พาคณะทั้งหมดรับประทานอาหารและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม
ไทย-ลาว ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย พร้อมกันนี้
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนางทิพวรรณ กิตติสถาพร
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดหนองคาย ได้มอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา
และเสื้อผ้าให้กับคณะนักเรียนจากลาวด้วย
ก่อนที่คณะนักเรียนและครูจากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67
จะเดินทางด้วยรถไฟระหว่างประเทศหนองคาย-ท่านาแล้ง กลับประเทศลาว
ในช่วงเย็น

นายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ส.ป.ป.ลาว) กล่าวว่า สมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงเสด็จฯปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 5
มี.ค.ที่ผ่านมา และ จ.นครพนม ทั้งทรงเสด็จฯยังโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า
หลัก 67 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พระองค์ทรงอุปถัมภ์ไว้ เมื่อ 16 ปีที่ผ่านมา
ประกอบกับเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติของลาว

จึง ได้มีการหารือเพื่อจัดกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนในประเทศลาว
ได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์
เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและเยาวชนไทย-ลาว
ให้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
ซึ่งผู้ใหญ่ของไทยและลาวมีความเห็นตรงกันว่าต้องการให้เด็กและเยาวชนทั้งสอง
ประเทศมีการติดต่อไปมาหาสู่กัน เพิ่มพูนความเข้าใจกันมากขึ้น
จึงได้นำเด็กจากโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า หลัก 67
มาทัศนศึกษาที่จังหวัดหนองคาย เป็นการนำร่องก่อนเป็นครั้งแรก
ต่อไปจากขยายรูปแบบกิจกรรมให้มากขึ้น

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงมีรับสั่งเมื่อครั้งที่เอกอัครราชทูต เข้าเฝ้าฯ ว่า
ขอให้ทูตทำความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว ให้ดีขึ้นให้ได้
ขอให้ทำความเข้าใจระหว่างคนไทยกับคนลาว ทุกภาคส่วน
ซึ่งกิจกรรมนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่รับสนองพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน

ด้าน ท้าวบัวเทบ พวงมะนี นักเรียนชั้น ม.3 บอกว่า
การได้มาทัศนศึกษาในครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ในชีวิตครั้งแรก
และตื่นเต้นมากที่ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เห็นมาก่อน
โดยจะนำกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ น้องๆ ที่ไม่ได้มาในครั้งนี้ให้ฟัง
ซึ่งครั้งนี้คงจะเป็นโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่ได้มาเที่ยวต่าง
ประเทศเช่นนี้ เพราะโอกาสในการเดินทางมีน้อย
และยังมีรุ่นน้องอีกเป็นจำนวนมากที่รอคอยการได้มาสัมผัสความรู้สึกเช่นเดียว
กันนี้ จึงต้องผลัดเปลี่ยนกัน
หากเป็นไปได้อยากให้ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมเช่นนี้บ่อยๆ

ส่วน นางวิสุดา แก้วพักดี นักเรียนชั้น ป.3 อายุ 9 ปี
บอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่า ดีใจมากที่ได้มาเห็นปลาทะเลชนิดต่างๆ
ในครั้งนี้ จะจดจำไว้ไม่รู้ลืม เช่นเดียวกับ นางไหมยาง มอลือ
นักเรียนชั้น ม.3 ที่บอกว่า เป็น
ความใฝ่ฝันที่อยากจะมาเห็นปลาทะเลมานานแล้ว ความหวังอีกอย่างหนึ่ง คือ
ต้องการเห็นทะเล อยากสัมผัสว่าสภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไร
ปลาที่ชมในวันนี้บางชนิดก็เหมือนในตำรา
แต่บางชนิดก็ไม่มีในตำราเรียนในห้องเรียน
จึงเป็นประสบการณ์นอกตำราที่ดีที่ได้เรียนรู้จริง

ชาวริมโขงหนองคายเฮ! หลังรัฐบาลปล่อยงบกว่า 30 ล้านสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง

หนองคาย - จังหวัดหนองคายเตรียมการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลาย
หลังรัฐบาลอนุมัติงบแล้ว 37.5 ล้านบาท ระยะทางก่อสร้าง 500 เมตร
คาดลงมือได้หลังพ้นฝน ชาวบ้านพอใจหลังรอคอยมานาน
เผยหน้าน้ำนอนผวาทุกคืนหวั่นบ้านพังลงแม่น้ำโขง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้( 8 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมจอมมณี
ศาลากลางจังหวัดหนองคาย นายชัยวัฒน์ รัฐขจร
รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานการประชุมพิจารณาการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลาย
จังหวัดหนองคาย โดยทางจังหวัดได้รับแจ้งจากกรมโยธาธิการและผังเมือง
อนุมัติงบประมาณดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลายบริเวณ
บ้านสีกาย ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย
หลังจากที่ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้วหลายครั้ง

ในที่สุดก็ได้รับการอนุมัติงบประมาณ 37.5 ล้านบาท ระยะทางก่อสร้าง
500 เมตร ระยะเวลาดำเนินการ 600 วัน โดยในวันที่ 2
ก.ค.นี้จะมีการจัดทำประชาพิจารณ์ชาวบ้านสีกายก่อนตามที่กฎหมายกำหนดแล้วจึง
จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้
คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ช่วงปลายฤดูฝนปีนี้

นางอัมพร อุดามาลย์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 2 ซอย 10
บ้านสีกาย ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า
บ้านของตนอยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขง ในอดีตมีที่ดินกว้างหลายเมตร
แต่ถูกน้ำโขงกัดเซาะจนดินทรุดพังลงในแม่น้ำโขง และถูกน้ำกัดเซาะเรื่อยมา
จนขณะนี้เหลือเพียงตัวบ้านเท่านั้น

หากวันใดฝนตกหนัก น้ำโขงเพิ่มปริมาณสูงขึ้น ก็เป็นกังวลนอนไม่หลับ
กลัวว่าบ้านจะทรุดลงในแม่น้ำโขง
เคยร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการนานกว่า 5 ปีแล้ว
จนได้ทราบข่าวว่ารัฐบาลอนุมัติงบประมาณและจะก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งใน
เร็วๆ นี้ ผ่านบ้านของตนด้วย นับเป็นข่าวดีที่จะไม่ต้องเสี่ยงชีวิต
และเสี่ยงต่อทรัพย์สินอีกต่อไป

อย่าง ไรก็ตาม จ.หนองคาย
ยังคงมีพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำโขงและประสบปัญหาตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลายในหลาย
อำเภอ หากไม่เร่งดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงก็จะทำให้ประเทศไทย
สูญเสียพื้นดินลงไปในแม่น้ำโขงอีกเป็นจำนวนมาก

หนองคายฉีดวัคซีน จนท.ปศุสัตว์ป้องกันไข้หวัดใหญ่

หนองคาย-สาธารณ สุขอำเภอเมืองหนองคาย
ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และประชาชนกลุ่ม
เสี่ยงที่สัมผัสโรคทั้งในคนและในสัตว์ เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย

ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย
ได้มีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย นำโดยนางนิลวรรณ
สุพรหมจักร และอาจารย์สิทธิศานติ์ ทรัพย์ศิริโสภา
นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย
นำวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มาให้บริการฉีดให้กับบุคลากรที่ทำงานกลุ่ม
เสี่ยง โดยเฉพาะ สัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย
รวมถึงเจ้าหน้าที่งานธุรการทุกคน
ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะได้รับเชื้อไวรัสที่
เป็นสาเหตุหลักของโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากต้องทำงานออกนอกพื้นที่
สัมผัสพบปะกับประชาชน เกษตรกร และสัตว์เลี้ยงนานาชนิด อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังจะให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กับประชาชนกลุ่ม
เสี่ยงในพื้นที่ เช่น ที่ต.เวียงคุก และ ต.ปะโค
ซึ่งมีประชาชนเลี้ยงไก่ไข่เป็นจำนวนมาก เสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดนก รวมถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้วย

สำหรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นี้
จะฉีดวัคซีนป้องกันให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหรือประชาชนทั่วไปที่ต้องการในช่วง
เดือน ก.ค. - ส.ค.ของทุกปี
เป็นวัคซีนที่เป็นไปตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกและสหภาพยุโรป
สำหรับวัคซีนฤดูกาล 2008/2009.

อนุบาลหนองคายเสริมความรู้นักเรียนป้องกันโรคติดต่อ

หนองคาย - ครูโรงเรียนอนุบาลหนองคาย
เสริมสร้างความรู้นักเรียนเข้าใจและป้องกันโรคติดต่อสำคัญทั้ง ชิคุรกุนยา
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และโรคไข้เลือดออก
รวมถึงวิธีสังเกตเห็ดพิษ

วันนี้ (4มิ.ย.) เมื่อเวลา 08.15 น. ที่ด้านหน้าเสาธง
โรงเรียนอนุบาลหนองคาย อ.เมืองหนองคาย นายสัมฤทธิ์ เจริญดี
ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลหนองคาย
ได้ใช้เวลาอบรมนักเรียนหน้าเสาธงก่อนขึ้นห้องเรียน
ด้วยการนำข้อมูลข่าวสารที่สำคัญในสังคมปัจจุบันมาสอนและแนะนำนักเรียน

ในครั้งนี้ได้อบรมนักเรียนให้มีความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการป้องกันและเฝ้าระวังโรคชิคุนกุนยา
,โรคไข้เลือดออก ,โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ซึ่งเป็นโรคติดต่อสำคัญขณะนี้
ให้นักเรียนได้ศึกษาทำความเข้าใจและนำวิธีการป้องกันไปปรับใช้ในชีวิตประจำ
วัน ดูแลตัวเองไม่ให้ถูกยุงลายกัด
ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา

รวมถึงกระจายข้อมูลข่าวสารไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองและญาติมิตรหลัง
จากกลับจากโรงเรียนแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำวิธีการสังเกตเห็ดชนิดต่าง
ๆ โดยเฉพาะเห็ดพิษ ให้นักเรียนทราบข้อมูลและเรียนรู้ลักษณะของเห็ดพิษ
ข้อห้ามในการนำเห็ดที่มีลักษณะเป็นพิษมารับประทาน
เนื่องจากหลายครอบครัวนิยมซื้อเห็ดมาปรุงเป็นอาหารในช่วงหน้าฝน
โดยคณะครูจะนำป้ายรายละเอียดของโรคติดตามสถานที่ต่าง ๆ
ให้นักเรียนได้ศึกษาอย่างทั่วถึงกัน

ทั้ง นี้
นอกจากจะเป็นเสริมความรู้ให้กับนักเรียนนอกเหนือจากตำราเรียนแล้ว
ยังเป็นการฝึกให้นักเรียนรู้จักสนใจข่าวสารบ้านเมืองในปัจจุบันเพื่อให้นัก
เรียนมีความสนใจใคร่รู้และหมั่นศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไทยพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 5 ราย หนองคายเฝ้าระวัง! ผู้เข้า - ออก ตามแนวชายแดน

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ
ไทย พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 5 ราย หนองคายเข้มเฝ้าระวัง!
ผู้เข้าออก - ตามแนวชายแดน *************************************
นายแพทย์อิทธิพล สูงแข็ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย แจ้งว่า
จากสถานการณ์การระบาดอย่างรวดเร็วของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
สายพันธุ์ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) ใน 60 ประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ
100 ราย และป่วยอีกกว่า 16,000 ราย
โรคนี้สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วจากการเดินทาง สำหรับประเทศไทย
ขณะนี้พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 แล้ว จำนวน 5 ราย
ซึ่งก่อให้เกิดการตื่นตัวในการเฝ้าระวังป้องกันต่อโรคดังกล่าว
ขณะนี้ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
สำหรับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ ภายหลังการรับเชื้อ
2 - 7 วัน ผู้ป่วย จะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ
อาจมีอาเจียนท้องเสียร่วมด้วย ต่อมาปอดอักเสบรุนแรง หอบ หายใจลำบาก
ทำให้เสียชีวิตได้ จึงควรปิดปากปิดจมูกอยู่เสมอเวลาไอ - จาม
และลางานหรือลาหยุดเรียนเพื่อพักผ่อนที่บ้านและรักษาอาการป่วยจนกว่าจะหาย
ขาด นายแพทย์อิทธิพล สูงแข็ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่เดินทางเข้า- ออกประเทศ
ทางด่านควมคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศไทยและสปป.ลาว
ได้มีการตรวจผู้ที่มีอาการไข้
โดยเฉพาะผู้ที่เคยเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาด
และหากพบผู้ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009
ก็จะรายงานภายใน 24 ชั่วโมง ระหว่างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย กับ
แผนกสาธารณสุขนครหลวงเวียงจันทน์และแผนกสาธารณสุขแขวงบอลิคำไซ
เพื่อป้องกันไม่ให้มีการระบาดในวงกว้าง ขอย้ำประชาชนอย่าประมาท
หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกายอย่างรุนแรง
และหากมีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาด
ต้องรีบไปพบแพทย์และแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อรับการตรวจรักษาโดยด่วน
Add starShareShare with noteEmail

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

หนองคายวอนผู้ประกอบการงดดูดทรายแม่น้ำโขงหวั่นตลิ่งพัง

หนองคาย - จังหวัดหนองคาย
พิจารณาขอให้ผู้ประกอบการดูดทรายในแม่น้ำโขงงดดำเนินการในช่วงฤดูฝน
ป้องกันปัญหาตลิ่งแม่น้ำโขงทรุด
และกระแสน้ำโขงเปลี่ยนทิศกระทบต่อแนวเขตร่องน้ำลึกไทยลาว

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมปกครอง ชั้น 4
ศาลากลางจังหวัดหนองคาย นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายประจำจังหวัด
หนองคาย เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยได้ขอความเห็นกรณีถ้าจะกำหนดให้งดเว้นการดูดทรายตาม
แม่น้ำโขงและแม่น้ำเหืองในช่วงฤดูฝน 4 เดือน ระหว่างเดือน
ก.ค.-ต.ค.ไว้ในเงื่อนไขการอนุญาตให้ดูดทรายเพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงร่วม
ไทย-ลาว

เพราะหากมีการดูดทรายในแม่น้ำโขงช่วงฤดูฝน
จะส่งผลกระทบต่อตลิ่งแม่น้ำโขงที่จะทรุดเสียหาย
ช่วงฤดูฝนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงจะมีมาก กระแสน้ำไหลเชี่ยว
หากยังมีการดูดทรายจะทำให้ตลิ่งพัง กระแสน้ำโขงเปลี่ยนทิศ
ทำให้แนวเขตร่องน้ำลึกระหว่างไทย-ลาว เปลี่ยนไป

ทั้งนี้ จ.หนองคาย โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทราย
ได้ร่วมกันหาทางแก้ปัญหาการร้องเรียนเกี่ยวกับการดูดทรายในพื้นที่
การแก้ไขปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องในด้านต่างๆ
โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
ในปี 2552 จังหวัดหนองคายมีผู้ยื่นขออนุญาตดูดทรายรายใหม่ 7 ราย
ขอต่ออายุใบอนุญาต 23 ราย รวม 30 ราย คณะทำงานได้ออกตรวจท่าทรายทั้ง 30
ราย เห็นชอบอนุญาตให้ดูดทราย 7 ราย และเห็นชอบต่ออายุใบอนุญาต 23 ราย

ส่วนการงดดูดทรายในช่วงฤดูฝนนั้น
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะงดดำเนินการดูดทรายช่วงฤดูฝนเองตามปกติอยู่แล้ว

ชาวหนองคายแย่งซื้อของถูกมหกรรมธงฟ้า

หนองคาย - ชาวหนองคายแย่งกันซื้อไข่ไก่และเนื้อหมูราคาถูกกว่าท้องตลาด
ในงานมหกรรมธงฟ้ามหาชน พร้อมอุดหนุนสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย
อ.เมืองหนองคาย นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานเปิดงานมหกรรมธงฟ้า มหาชน จังหวัดหนองคาย ระหว่างวันที่ 31
พ.ค.-2 มิ.ย.52 ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
เพื่อช่วยเหลือประชาชนแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าครองชีพ

เนื่องจากสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน
เพิ่มทางเลือกและกระตุ้นให้ผู้บริโภคในจังหวัดได้ใช้จ่ายซื้อสินค้าราคา
ถูกกว่าท้องตลาด เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ
ในครั้งนี้สินค้าที่ได้รับความนิยมจากชาวหนองคายมากที่สุดคือไข่ไก่
และเนื้อหมู โดยไข่ไก่ ขายแผงละ 60 บาท จากราคาท้องตลาดแผงละ 78 บาท
และเนื้อหมู ก.ก.ละ 90 บาทเท่านั้น
ซึ่งประชาชนได้ห้อมล้อมแย่งกันซื้อไข่ไก่และเนื้อหมูกลับบ้านกันเป็นจำนวน
มาก นอกจากนี้สินค้าจากโรงงานและสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ อาหารทะเล
ก็ได้รับความสนใจจากชาวหนองคายเลือกซื้อกลับไปบริโภคกันเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ทั้งนี้ จ.หนองคาย ได้จัดงานมหกรรมธงฟ้ามหาชนมาแล้ว 1 ครั้ง
ระหว่างวันที่ 12-14 เม.ย.52 ณ บริเวณลานน้ำพุพญานาค
มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน 96 ร้าน มียอดการจำหน่ายรวม 3,270,000 บาท
และสำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงานระดับจังหวัด
มีผู้ประกอบการของจังหวัดหนองคายและต่างจังหวัดเข้าร่วมงาน 150 ร้าน
คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาทตลอดช่วงการจัดงาน