วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เน้นแจ้งข่าวนักท่องเที่ยวห้ามหิ้วเหล้า-บุหรี่กลับฝั่งไทยเกินโควต้า หวั่นเข้มงวดข้อกฏหมายกระทบบรรยากาศท่องเที่ยว

หนองคาย-ศุลกากรหนองคายแถลงผล ตรวจยึดเหล้า บุหรี่
ที่นักท่องเที่ยวนำเข้าเกินกว่าสิทธิที่กฎหมายกำหนดเข้าประเทศ
พร้อมสินค้าลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย
เผยหลังใช้มาตรการตั้งกล่องทิ้งสินค้านำเข้าเกินเพียง 5 วัน
นักท่องเที่ยวผ่านด่านสะพานฯให้ความร่วมมือดี
ทิ้งเหล้าบุหรี่ซื้อเกินลงกล่อง ไม่เสี่ยงถูกจับ
แถมบางรายยังนำสินค้าไปคืนร้านค้าที่ลาวเอง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้( 20 พ.ค.)
ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย- ลาว ฝั่งขาออกประเทศ อ.เมือหนองคาย
นายภราดร พงษ์สุวรรณ นายด่านศุลกากรหนองคาย, นายเผดิมเดช มั่งคั่ง
หัวหน้าฝ่ายควบคุมทางศุลกากร ด่านศุลกากรหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากร
ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมสินค้า ห้วงระหว่างวันที่ 15-20 พ.ค.2552
ประเภทเหล้าต่างประเทศ 137 ขวด, บุหรี่ต่างประเทศ 43 คอตตอน, ไพ่พลาสติก
78 สำรับ กระเป๋าสตางค์แบบผู้หญิง 2 ใบ มูลค่าประมาณ 41,450 บาท

ทั้งยังได้ทำการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 92
เครื่อง ซึ่งบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทางปะปนมากับสัมภาระผู้โดยสาร
บนรถโดยสารระหว่างประเทศ แต่ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ
เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ มูลค่าของกลางประมาณ 320,000 บาท

นายภราดร พงษ์สุวรรณ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า
หลังจากที่รัฐบาลประกาศปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลอกอฮอล์และบุหรี่
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประกอบกับนักท่องเที่ยวที่ผ่านด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย
- ลาว ไปท่องเที่ยวยังประเทศลาว
และขากลับมักจะซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลอดภาษีฝั่งลาว ประเภทเหล้า บุหรี่
เข้ามาด้วย ซึ่งตามสิทธิแล้วนักท่องเที่ยวสามารถซื้อเหล้า เบียร์ ไวน์
ได้คนละ 1 ลิตร หรือ 1 ขวด บุหรี่ คนละ 1 คอตตอน หรือ 200 มวน
หากเกินกว่านี้จะถูกจับ

แต่เนื่องจากหลังการปรับขึ้นภาษีในไทย
ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่นิยมข้ามไปซื้อเหล้า บุหรี่
จากลาวกลับเข้ามาเพราะเห็นว่ามีราคาถูกกว่า
รวมทั้งมีความพยายามลักลอบเข้ามาในปริมาณมาก จนถึงขั้นนำมาในเชิงพาณิชย์
เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงต้องเข้มงวดกวดขัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดท่องเที่ยว
และไม่อยากให้การเข้มงวดของเจ้าหน้าที่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
ทางศุลกากร จึงได้ประชาสัมพันธ์แจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบถึงสิทธิในการซื้อสินค้าให้
ทราบก่อนเดินทางออกนอกประเทศ และจัดทำกล่องทิ้งสินค้านำเข้าที่เกินกว่า
ได้รับสิทธิให้นำเข้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตั้งไว้บริเวณก่อนถึงจุดตรวจ
ของเจ้าหน้าที่ศุลกากร

เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อสินค้ามาเกินกว่ากำหนดก็ต้องทิ้งลงกล่อง
นำเข้าได้เฉพาะตามสิทธิเท่านั้น หรือหากนักท่องเที่ยวเสียดาย
ก็สามารถเดินทางย้อนกลับไปคืนสินค้าเรียกเงินคืนได้ที่ร้านค้าปลอดภาษีในลาว
เพื่อไม่ต้องเสียเงิน และเสียสินค้าที่ซื้อมา
ซึ่งในช่วงแรกนักท่องเที่ยวยังไม่ทราบถึงมาตรการนี้ทำให้มีสินค้าถูกทิ้งลง
กล่องในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก
หลังจากนี้คาดว่าปริมาณจะลดลงเนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มทราบถึงมาตรการของ
เจ้าหน้าที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังได้ขอความร่วมมือกับประชาชน นักท่องเที่ยว
โดยเฉพาะบรรดาข้าราชการที่เดินทางไปเที่ยวยังต่างประเทศ
แล้วซื้อสินค้าเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตาม
ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่ทางการกำหนดไว้
ไม่อาจใช้สิทธิพิเศษในการเป็นข้าราชการที่จะกระทำผิดเสียเองได้

ตร.หนองคายเตรียมแผนดูแลความปลอดภัยช่วงลาวจัดแข่งซีเกมส์

หนองคาย-ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย เตรียมแผนการรองรับนักท่องเที่ยว
ดูแลความปลอดภัยทัพนักกีฬาในช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์
ที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพ


วันนี้( 19
พ.ค.)ที่ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พลตำรวจตรี
พิสัณห์ อาวีกร วรเทพนิตินันท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานการประชุมคณะทำงานด้านการรักษาความปลอดภัย
เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์
โดยมีหน่วยงานสถานีตำรวจภูธรในสังกัดทุกแห่ง, ตำรวจน้ำ,
ตชด.,หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง,
ด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย, วิทยาการหนองคาย, ตำรวจรถไฟ, ตำรวจสันติบาล,
ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจทางหลวง ร่วมหารือ

พลตำรวจตรี พิสัณห์ อาวีกร วรเทพนิตินันท์
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ประเทศ สปป.ลาว
จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 "เวียงจันทน์เกมส์"
ห้วงระหว่างวันที่ 9-18 ธ.ค.2552 ซึ่งคาดว่าจะมีนักกีฬา ผู้ฝึกสอน
เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มอาเซียน
เดินทางมาร่วมมหกรรมกีฬาดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมาก
ซึ่งจังหวัดหนองคายเป็นพื้นที่หลักที่สำคัญ
เนื่องจากจะมีกีฬาบางประเภทมาทำการแข่งขันในรอบคัดเลือกที่สนามกีฬาใน
จังหวัดหนองคาย

ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในการอำนวยการรักษาความปลอดภัย
โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย
เป็นหัวหน้าคณะทำงานด้านการรักษาความปลอดภัย
ดังนั้นจึงต้องมีการประสานงาน วางแผนมาตรการรองรับ
กำหนดแผนการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
การปราบปรามอาชญากรรมและอำนวยความสะดวกการจราจรแก่คณะบุคคลสำคัญ
คณะนักกีฬา สื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว
ให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยที่สุดในการมาร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์

การประชุมในครั้งนี้ได้กำชับให้แต่ละหน่วยงานจัดทำแผนการดำเนินการ
การปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก
ตามภารกิจหลักของแต่ละหน่วยงาน กำหนดกรอบอัตรากำลังเจ้าหน้าที่
งบประมาณดำเนินการ
นำเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาร่วมกันในการประชุมครั้งต่อไป
เพื่อให้การเตรียมความพร้อมรับมือซีเกมส์ ครั้งที่ 25
เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เตือนชาวนาระวังฉี่หนูหนองคาย พบผู้ป่วยแล้ว 5 ราย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 09:56 น.
หนองคาย - สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
เตือนประชาชนระวังโรคฉี่หนูช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะชาวนาต้องระวังเป็นพิเศษ
ขณะที่พบผู้ป่วยแล้ว 5 ราย

นายแพทย์วิศณุ วิทยาบำรุง รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนโรคที่ต้องพึงระวังคือโรคเลปโตสไปโรซีส
หรือโรคฉี่หนู ซึ่งมักจะมีเชื้อโรคฉี่หนูตามหนอง คลอง บึง หรือทุ่งนา
ชาวนาที่ไม่ระวังตัวจะมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคฉี่หนู
ซึมเข้าตามผิวหนังที่เป็นแผลหรือตามซอกเล็บ
โดยในช่วงที่พบโรคฉี่หนูมากที่สุดเป็นช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.
แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนก็จะเริ่มมีการพบเชื้อดังกล่าวนี้แล้ว
ขณะนี้จังหวัดหนองคายมีผู้ป่วยด้วยโรคฉี่หนูแล้ว 5 ราย คิดเป็นอัตราป่วย
0.55 ต่อประชากรแสนคน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน
ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต อำเภอที่พบผู้ป่วย อยู่ที่ อ.เมืองหนองคาย,
อ.พรเจริญ, อ.โพนพิสัย และ อ.โซ่พิสัย

อย่างไรก็ตาม ประชาชนหรือเกษตรกร ชาวนาที่ต้องเดินลุยน้ำย่ำโคลน
ควรระมัดระวัง ป้องกันตัวเอง
โดยเฉพาะชาวนาควรสวมใส่รองเท้าบูตเวลาต้องลุยโคลน
เมื่อเสร็จงานทุกครั้งควรล้างมือ ล้างเท้า อาบน้ำให้สะอาด

หากประชาชนมีอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรง คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ
ปวดน่อง มีไข้สูง และเยื่อบุตาแดง
ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาโรคโดยทันที

สสจ.หนองคายจี้ จนท.เข้มบังคับใช้ กม.คุมแอลกอฮอล์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2552 14:35 น.
หนองคาย - สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
เร่งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในจังหวัดดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและพระราช
บัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หวังลดปริมาณผู้บริโภค
โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นให้ลดน้อยลง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้( 19 พ.ค.
)ที่ห้องประชุมโรงแรมหนองคายแกรนด์ อ.เมืองหนองคาย นายพีระศักดิ์
หินเมืองเก่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานเปิดการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
พ.ศ.2535 พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานใช้บังคับกฎหมายควบคุมการบริโภคเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์และยาสูบในระดับพื้นที่ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความเข้มแข็งต่อเนื่องเป็นรูปธรรม
รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้บริโภคหน้าใหม่
ลดปริมาณการบริโภคในกลุ่มที่เสพอยู่แล้ว และลดผลกระทบด้านต่างๆ
ที่เป็นผลจากการบริโภคลง

ทั้งนี้ จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2534-2549 พบว่า
อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยมีแนวโน้มลดลงเกือบทุกกลุ่มอายุ
ยกเว้นกลุ่มวัยรุ่น 15-18 ปี กลับมีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น
อีกทั้งยังเป็นกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มนักสูบหน้าใหม่ที่ต้องเฝ้าระวังและจับตา
มองมากที่สุด

สำหรับสถานการณ์บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า ในปี 2549
มีประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไปดื่มสุราเป็นร้อยละ 31.6
เกือบทุกกลุ่มอายุมีอัตราการดื่มลดลง ยกเว้นกลุ่มวัยรุ่น 15-18 ปี
ที่มีอัตราการดื่มสุราเพิ่มขึ้นและเมื่อพิจารณาถึงอายุที่เริ่มดื่มพบว่า
ทั้งเพศชายและหญิงมีอายุเฉลี่ยที่เริ่มดื่มเร็วขึ้น
ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นหญิงได้เพิ่มจำนวนขึ้นเกือบ 6 เท่า จากร้อยละ 1
เป็นร้อยละ 5.6 ในเวลาเพียง 7 ปี และกลุ่มเยาวชนชายมีถึงร้อยละ 21
ที่ระบุว่าตนเองดื่ม

ซึ่ง เป็นการสะท้อนพฤติกรรมในรูปของการทะเลาะวิวาท อาชญากรรม
อุบัติเหตุจราจร ปัญหาครอบครัว การทำงานหย่อนประสิทธิภาพ
โดยพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของการถูกทำร้ายต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
และกว่า 1 ใน 3 ของคดีอาญาเกี่ยวกับเพศ
ล้วนเกี่ยวข้องกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสิ้น

อ้าง ศก.ทรุดแห่รุกพื้นที่ป่าพานพร้าวหนองคาย-ป่าไม้บุกยึดพื้นที่หวังปกป้องป่าสงวน

หนองคาย- ป่าไม้ตรวจยึดพื้นที่
หลังมีผู้บุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าวแก้งไก่ ทำสวนยางพารา ระบุ
เศรษฐกิจทรุดคนบุกรุกป่าทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้นเท่าตัว
เจ้าหน้าที่เร่งหาผู้บุกรุกทั้งนายทุนและชาวบ้าน
พร้อมควบคุมพื้นที่ป่าสงวนไม่ให้ขยายเขตแนวบุกรุกป่า

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (18 พ.ค.) นายศราวุธ ศรีดาวงศ์
หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.2 พร้อม นายพัลลภ พิลา นายอำเภอสังคม
จ.หนองคาย ดาบตำรวจ สุบิน พาดกลาง รองผู้บังคับหมวด ตชด.2451
ฐานบ้านป่าสัก และเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี
ได้ตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าว แก้งไก่ ริมถนนสายสังคม-ปากชม
เขตพื้นที่บ้านปากโสม ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย

โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
บริเวณดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพื้นที่
กลุ่มผู้บุกรุกได้หลบหนีไปทิ้งไว้เพียงรถจักรยาน 1 คัน จอบ
และเสียมจำนวนหนึ่ง

จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ
ที่ถูกบุกรุกแผ้วถางเป็นลักษณะสภาพพื้นที่มีหินโผล่ ทางลาดชันขึ้นภูเขา
สามารถมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงได้ชัดเจน
ผู้บุกรุกได้ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ออก แล้วมีการปลูกพืชหลายชนิด เช่น ยางพารา
ที่เพิ่งปลูกใหม่ประมาณ 1 เดือน, มันสำปะหลัง และ กล้วย
ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 15 ไร่ พร้อมทั้งปลูกกระท่อมชั่วคราว 2 หลัง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออก
และจะเร่งหาตัวผู้บุกรุกป่ามาดำเนินการตามกฎหมาย

นายศราวุธ ศรีดาวงศ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.2
กล่าวว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติพานพร้าว แก้งไก่นี้
ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะ อ.สังคม
มีพื้นที่ประมาณ 1 แสน 8 หมื่นไร่
มีผู้บุกรุกลักลอบเข้ามาตัดไม้ทำลายป่าและแผ้วถางป่าเพื่อทำการเกษตรตั้งแต่
ปี 2547 เป็นต้นมา ประมาณ 9 หมื่นไร่
เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมป้องกันรักษาป่า

แต่ ที่ผ่านมาพบปัญหาติดขัดหลายด้าน
ผู้บุกรุกส่วนใหญ่มีทั้งนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเกษตรกร
ซึ่งในกรณีที่เกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินแล้วเข้ามาแผ้วถางป่าเพื่อปลูกพืชผัก
ทำการเกษตร เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ดำเนินการได้เฉพาะในพื้นที่ที่จำกัด
ไม่อนุญาตให้ขยายพื้นที่แผ้วถางป่าเพิ่มเติม

แต่ปัจจุบันมีหลายรายที่ขยายแนวเขต บุกรุกป่ามากขึ้น
และขายสิทธิพื้นที่ครอบครองให้กับนายทุน
เป็นผลสืบเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกิน ผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ
การเลิกจ้างงาน ทำให้ความต้องการทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้น
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้สนธิกำลังกับหน่วยงานต่างๆ
เพื่อดำเนินการควบคุมรักษาพื้นที่ป่าสงวนและตรวจยึดพื้นที่ที่ถูกบุกรุกจาก
นายทุนกลับมาเป็นสมบัติของส่วนรวม

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

หนองคายเดินหน้าดันโฮมสเตย์ดึงนักท่องเที่ยว ชูจุดขายธรรมชาติ-วัฒนธรรมท้องถิ่น

หนองคาย - ผู้ว่าฯหนองคาย
ผลักดันการบริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์กระตุ้นภาคการท่องเที่ยว
เน้นจุดขายทางธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ใช่จัดฉาก
เชื่อหากทำได้จริงจะเป็นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและขยายฐานดึงนักท่องเที่ยว
ต่างชาติได้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (17 พ.ค.)
ที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านสีกายเหนือ ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย นายกวี
กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย
เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรการบริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์
ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นำตัวแทนหมู่บ้านที่บริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์ที่เข้ารับการประเมิน
มาตรฐานหมู่บ้านโฮมเสตย์ ประจำปี 2552 จำนวน 58 หมู่บ้านโฮมเสตย์ จาก 29
จังหวัดทั่วประเทศ เข้ารับการอบรม ให้มีความรู้ ความเข้าใจ
เกี่ยวกับการบริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์ให้เกิดความคุ้มค่า น่าอยู่
น่าเที่ยว

โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
และชมการบริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์ของบ้านสีกาย
ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานหมู่บ้านโฮมสเตย์เมื่อปีที่ผ่านมา

นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า
ขณะนี้ประเทศไทยประสบปัญหาหลายด้านรุมเร้า ทั้งปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ
ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยว
แม้ว่ารัฐบาลจะมีความพยายามผลักดันให้การท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติแต่ก็
ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนไทยทุกคนที่จะช่วยกันท่องเที่ยวในประเทศ
ลดการเดินทางไปเที่ยวยังต่างประเทศ

ซึ่งหมู่บ้านโฮมสเตย์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่
ชื่นชอบธรรมชาติ เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละท้องถิ่น
จะได้สัมผัสและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้นั้น ควบคู่กับการพักผ่อนหย่อนใจ
แต่จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า
หมู่บ้านโฮมสเตย์มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว
การที่บริหารจัดการหมู่บ้านโฮมสเตย์ให้ได้ผลสำเร็จนั้น
ชาวบ้านทุกคนจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ภาครัฐเองก็ต้องเข้ามาประสานงาน บูรณาการการทำงานร่วมกัน

ดึง ความเป็นธรรมชาติของท้องถิ่นเป็นจุดขาย
และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่ไม่เน้นการปรุงแต่งหรือประยุกต์จนกลายเป็นการ
จัดฉาก ให้นักท่องเที่ยวได้เกิดความประทับใจ
จนถึงขั้นขยายฐานนักท่องเที่ยวดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในหมู่บ้านโฮ
มสเตย์ได้ในอนาคต

อนามัยทั่วหนองคายตั้งศูนย์เฝ้าระวังไข้หวัดพันธุ์ใหม่2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤษภาคม 2552 21:59 น.
หนองคาย -สาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย
จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ทุกสถานีอนามัยครอบคลุมทุกตำบล ดึง อสม.ช่วยเฝ้าระวังผู้ป่วยในชุมชน
แจ้งเหตุด่วน เพื่อสกัดโรคได้ทัน


นายมะณู บุญศรีมณีชัย สาธารณสุขอำเภอเมืองหนองคาย และนายสมปอง
จันทพันธุ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ และ อสม. ในตำบลหนองกอมเกาะ
อ.เมืองหนองคาย เกี่ยวกับการเฝ้าระวัง
ป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ทั้งนี้ ได้ย้ำให้ อสม.ทุกคนทำความเข้าใจ
ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับการระบาดของโรค
และลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนในชุมชนให้มากขึ้น
หากพบประชาชนที่เข้าข่ายต้องสงสัย เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ มีน้ำมูก
ที่สำคัญมีประวัติเคยเดินทางมาจากต่างประเทศ

โดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาดของโรคต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำ
ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้
โดยเร็ว เพื่อเจ้าหน้าที่อนามัยแจ้งต่อระดับอำเภอและจังหวัด
นำตัวผู้ป่วยต้องสงสัยเข้ากระบวนการตรวจสอบทันที

ทั้งนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ 2009 ขึ้น โดยใช้สถานีอนามัยของแต่ละตำบลที่มีอยู่เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงาน
ทั้งกระจายข้อมูลข่าวสาร รวบรวมข้อมูล การปฏิบัติงานทุกขั้นตอน
ประสานกับส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง
เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังโรคหากเกิดมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ได้อย่างทันท่วงที

รวมทั้งสังเกตญาติพี่น้องจากประเทศลาวที่มีโอกาสติดต่อโรคภัยไข้เจ็บ
ต่าง ๆ ไม่เฉพาะแค่โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนี้จะสามารถเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ และบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐกับประชาชน

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ปล่อยปลายี่สก 9.9 แสนตัวลงโขงหลังพบใกล้สูญพันธุ์

หนองคาย - ศูนย์วิจัยและพัฒนาการประมงน้ำจืดหนองคาย
ร่วมกับจังหวัดหนองคาย ปล่อยพันธุ์ปลายี่สก 999,999 ตัว คืนสู่แม่น้ำโขง
เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูขยายพันธุ์ปลาพื้นเมือง
หลังพบพันธุ์ปลาใกล้สูญพันธุ์

เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้( 13 พ.ค.) ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง
บริเวณหน้าวัดช้างเผือก ต.ศรีเชียงใหม่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการประมงน้ำจืดหนองคาย ร่วมกับจังหวัดหนองคาย
ได้จัดให้มีพิธีปล่อยพันธุ์ปลายี่สก จำนวน 999,999 ตัวคืนสู่แม่น้ำโขง
ขึ้น โดยมี นายเชิดศักดิ์ วงศ์กมลชุณห์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมประมง
เป็นประธานในพิธี

นายเชิดศักดิ์ วงศ์กมลชุณห์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมประมง
กล่าวว่า ปลายี่สกเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่มีความยาวถึง 1.50 เมตร
และเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักประมาณ 70 กก. พบในประเทศไทย,
ลาว,กัมพูชา,เวียดนาม และมาเลเซีย
ซึ่งถูกขึ้นบัญชีสัตว์น้ำที่ใกล้สูญพันธุ์
โดยสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ หรือ IUCN
ตั้งแต่ปี 2543 ในอดีตประเทศไทยเคยพบชุกชุมในลุ่มแม่น้ำโขง

แต่ปัจจุบันแทบไม่พบเลย เพราะปลายี่สกเป็นปลาที่มีรสชาติอร่อย
จึงถูกจับไปเป็นอาหารมาก ซึ่งไม่สมดุลต่อการเกิด
รวมทั้งปัญหาแหล่งน้ำเสื่อมโทรมที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดหนองคาย
ได้ทำการผสมเทียมพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2517
และในปี 2533 สามารถเพาะพันธุ์ปลายี่สกด้วยการผสมเทียม

โดยใช้พ่อแม่พันธุ์ที่เลี้ยงในบ่อดินได้สำเร็จ
ปลาที่นำมาปล่อยในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ประชากร 60
ล้านคนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำโขงตอนล่างได้รับประโยชน์ต่อไป.

พาณิชย์หนองคายออกตรวจร้านค้าหวั่นตุนเหล้า-บุหรี่

หนองคาย-พาณิชย์จังหวัดหนองคาย ออกตรวจร้านค้าส่งเหล้า บุหรี่
หลังรัฐปรับขึ้นภาษี หวั่นฉวยโอกาสราคาเกินจริงหรือกักตุนสินค้า
เบื้องต้นพบทุกร้านให้ความร่วมมือดี ไม่กักตุนสินค้า
แต่เผยยอดขายลดลงกว่าร้อยละ 20

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้( 15 พ.ค. )นายวัชระ รัตนวิไล
พาณิชย์จังหวัดหนองคาย
ได้นำเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดหนองคายออกตรวจร้านไพบูลย์ซุปเปอร์มาร์เก็ต
หนองคาย และ บริษัทรวมสามการสุรา จำกัด ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย
ซึ่งทั้งสองแห่งเป็นร้านค้าส่งเหล้า บุหรี่ รายใหญ่ในจังหวัดหนองคาย

นายวัชระ รัตนวิไล พาณิชย์จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า
หลังจากที่รัฐบาลประกาศปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วนั้น
ทำให้ร้านค้าส่งและค้าปลีกมีการปรับขึ้นราคาสินค้า
ซึ่งที่ผ่านมาบางจังหวัดพบมีการกักตุนสินค้าในช่วงระหว่างยังรอการปรับราคา
ทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ
แต่สำหรับการออกตรวจในครั้งนี้พบว่าผู้ประกอบการค้าส่งให้ความร่วมมือกับทาง
การเป็นอย่างดี ไม่มีการกักตุนสินค้าทุกประเภท

ส่วนราคาเหล้าและบุหรี่ เป็นไปตามอัตราราคาที่ทางการกำหนดไว้
เนื่องจากร้านค้าเหล่านี้ขึ้นตรงกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในกรุงเทพฯ
ซึ่งเป็นผู้กำหนดราคา แล้วเอเย่นต์ตามต่างจังหวัดก็ปฏิบัติตาม
ส่วนตามต่างอำเภอก็จะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ หากพบว่ามีการขายเหล้า บุหรี่
เกินกว่าราคาที่กำหนดในเพดานราคาก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ด้านนายสุพลชัย เทียนธนเกียรติ เจ้าของบริษัทรวมสามการสุราจำกัด
เปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่จะมีการปรับขึ้นภาษีขึ้นนั้นเป็นช่วงที่ทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อ
สับสน ทำให้เกิดการชะงัก ผู้ค้าไม่กล้าขายเพราะไม่รู้ราคาที่แน่ชัด
ส่วนผู้ซื้อก็คาดการณ์ไม่ถูก
แต่เมื่อมีความชัดเจนมากขึ้นจนถึงขณะนี้ก็สามารถขายสินค้าได้ตามปกติ
แม้ว่ายอดขายจะลดลงไปบ้าง หรือคิดเป็นร้อยละ 20
เนื่องจากราคาที่มีการปรับเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะเป็นแค่ระยะสั้น ๆ
เพราะเมื่อประชาชนผู้บริโภคปรับตัวได้ก็จะทำให้ยอดการจำหน่ายกลับมาเช่นเดิม

ส่วนราคาขายสินค้าแต่ละประเภทจะขึ้นอยู่กับบริษัทใหญ่กำหนดราคาให้
ตายตัว ทางเอเย่นต์ในพื้นที่ไม่มีสิทธิขึ้นราคาขายเอง
ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการผิดสัญญาการจำหน่ายสินค้ากับบริษัทใหญ่นั่นเอง

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สาธารณสุขหนองคาย-เวียงจันทน์วางมาตรการร่วมป้องกันไข้หวัดมรณะ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤษภาคม 2552 13:10 น.
หนองคาย - สาธารณสุขหนองคาย และสาธารณสุขเวียงจันทน์
วางมาตรการร่วมกันเฝ้าระวังควบคุมการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 พร้อมเปิดข้อมูลข่าวสารงานสาธารณสุขระหว่างสองประเทศ
ฝ่ายลาวเร่งให้ข้อมูลประชาชนเกี่ยวกับโรคเพื่อป้องกันตนเอง

เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (15 พ.ค.)
ที่ห้องประชุมโรงแรมหนองคายแกรนด์ อ.เมืองหนองคาย
ได้มีการประชุมความร่วมมือการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สาย
พันธุ์ใหม่ ชนิดเอ H1N1 และการระบาดของโรคไข้หวัดนก
ระหว่างสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย นำโดยนายแพทย์อิทธิพล สูงแข็ง
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย และ ดร.คำตัน บัวไพวัน
รองหัวหน้าแผนกสาธารณสุข นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ดร.คำตัน บัวไพวัน รองหัวหน้าแผนกสาธารณสุข นครหลวงเวียงจันทน์
กล่าวว่า มาตรการป้องกันเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้
ทางนครหลวงเวียงจันทน์ได้มีการเตรียมการทั้งโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล
และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่ถูกต้อง
และเตรียมความพร้อมยาและเวชภัณฑ์
หากพบผู้ป่วยในพื้นที่จะต้องมียารักษาได้ทันทีเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตด้วย
โรคดังกล่าวนี้

นอกจากนี้
สาธารณสุขนครหลวงเวียงจันทน์ยังได้เร่งให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน
เฝ้าระวังและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
แก่ประชาชนชาวลาวผ่านสื่อต่างๆ ทั้ง วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์
เพื่อให้ประชาชนมีความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคซึ่งประชาชนชาวลาวมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้และไม่
ได้แตกตื่นตกใจมากนัก ประกอบกับยังไม่มีการระบาดของโรคนี้ในประเทศลาว
รวมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานราชการต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องเพื่อประสานความร่วมมือหากเกิดการระบาดของโรคจะได้ร่วมมือกัน
ระงับยับยั้งควบคุมโรคได้ทันการณ์

ด้าน นายแพทย์อิทธิพล สูงแข็ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย
กล่าวว่า ในทุกปีจะมีการประชุมหารือและซ้อมแผนทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างสาธารณสุข
จังหวัดหนองคายกับนครหลวงเวียงจันทน์ เกี่ยวกับงานสาธารณสุข
การป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนก
และเมื่อมีการพบโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ก็นำเรื่องนี้เข้าหารือพูดคุยหามาตรการร่วมกันเพิ่มเติม

แต่เนื่องจากทั้งโรคไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
มีความคล้ายคลึงกันของโรคแตกต่างกันเพียงรูปแบบการระบาดจากคนสู่คนและจาก
สัตว์สู่คน ดังนั้น
การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จึงไม่มีความแตกต่างกันมากนัก
จึงได้ยึดรูปแบบการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดนกมาเป็นแบบ
และปรับเพิ่มเติมบางส่วนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของโรค

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศจะต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
การระบาดของโรค การป้องกันควบคุมให้ทั้งสองฝ่ายได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง
ไม่มีการปิดกั้นข้อมูล
เพื่อจะได้ร่วมกันป้องกันโรคร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ด่านศุลกากรหนองคายเข้มห้ามหนีบเหล้า-บุหรี่ฝั่งลาวเกินโควตา แหกกฎทิ้งทำลายสูญเงิน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 พฤษภาคม 2552 10:56 น.
หนองคาย-ศุลกากร หนองคายคุมเข้มบุคคลที่กลับจากประเทศลาว
เข้าประเทศไทย ตรวจสอบการซื้อเหล้าบุหรี่กลับเข้ามา
ย้ำนำเข้ามาได้เฉพาะตามสิทธิ์ เหล้าคนละ 1 ลิตร บุหรี่ 1 คอตตอน
เกินกว่านั้นต้องทิ้ง ไม่ทิ้งเจอจับปรับหนัก

นายเผดิมเดช มั่งคั่ง หัวหน้าฝ่ายควบคุมทางศุลกากร
ด่านศุลกากรหนองคาย ได้นำเจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว
อ.เมืองหนองคาย ตรวจเข้มบุคคลที่กลับจากประเทศลาวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
เพื่อป้องกันการนำสินค้าประเภทเหล้า บุหรี่ เข้ามาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
รวมทั้งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น กระเป๋า เสื้อผ้าเลียนแบบแบรนด์เนม
ซึ่งหลังจากที่รัฐบาลมีมติประกาศปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
และบุหรี่ ทำให้มีความพยายามในการลักลอบซื้อเหล้าบุหรี่จากร้านค้าปลอดภาษีในประเทศ
เพื่อนบ้านเข้ามาบริโภคหรือแม้กระทั่งนำมาขายต่อเพิ่มมากขึ้น

ผู้ที่ข้ามไปยังประเทศลาวแล้วซื้อสินค้าที่ร้านค้าปลอดภาษี
และมักจะซื้อสินค้าประเภท เหล้า บุหรี่ จากต่างประเทศ
ซึ่งมีราคาถูกกว่าซื้อในประเทศไทยกลับเข้ามาด้วย
โดยตามสิทธิแล้วจะสามารถนำเหล้าไม่ว่าประเภทใดก็ตาม เข้ามาได้คนละ 1 ลิตร
บุหรี่คนละ 1 คอตตอน เท่านั้น แม้ว่าจะเป็นเหล้าราคาแพง หรือ
เหล้าราคาถูก 4 ขวด 100 บาท ก็สามารถนำเข้ามาได้เพียง 1 ลิตรเท่านั้น

ส่วนใหญ่มักจะซื้อเหล้า บุหรี่เข้ามาเกินกว่าสิทธิที่มี
หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ บุคคลนั้นจะถูกจับปรับตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469
มาตรา 27 ซึ่งระบุโทษปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของรวมค่าอากร
โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศในการท่องเที่ยว
ศุลกากรหนองคายได้พิจารณาไม่ให้กระทบกับการท่องเที่ยว
ด้วยการจำกัดพื้นที่ กล่าวคือ หากบุคคลซื้อเหล้า
บุหรี่เข้ามาเกินกว่าที่สิทธิพึงมี เมื่อผ่านพิธีการผ่านแดนแล้ว
ศุลกากรจะมีจุดตรวจของเจ้าหน้าที่
และก่อนจะถึงจุดตรวจจะทำกล่องไว้เพื่อให้ประชาชนนำเหล้าหรือบุหรี่ที่มี
ปริมาณเกินกว่า 1 ลิตร หรือบุหรี่ 1 คอตตอนทิ้งลงกล่อง
เมื่อมาถึงจุดตรวจของเจ้าหน้าที่จะเหลือเพียงสินค้าตามสิทธิเท่านั้น
บุคคลนั้นจึงจะไม่ถูกจับดำเนินคดี

แต่ หากว่าไม่ปฏิบัติตามยังดื้อดึงยืนยันจะถือเหล้า
บุหรี่เข้ามาทั้งหมดก็จะถูกดำเนินคดีทันที ส่วนเหล้า
บุหรี่ที่ทิ้งลงกล่องนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะนำไปทำลาย
เนื่องจากเป็นสินค้าผิดกฎหมาย

ปล่อยปลายี่สก 9.9 แสนตัวลงโขงหลังพบใกล้สูญพันธุ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤษภาคม 2552 21:46 น.


หนองคาย - ศูนย์วิจัยและพัฒนาการประมงน้ำจืดหนองคาย
ร่วมกับจังหวัดหนองคาย ปล่อยพันธุ์ปลายี่สก 999,999 ตัว คืนสู่แม่น้ำโขง
เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูขยายพันธุ์ปลาพื้นเมือง
หลังพบพันธุ์ปลาใกล้สูญพันธุ์

เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้( 13 พ.ค.) ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง
บริเวณหน้าวัดช้างเผือก ต.ศรีเชียงใหม่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการประมงน้ำจืดหนองคาย ร่วมกับจังหวัดหนองคาย
ได้จัดให้มีพิธีปล่อยพันธุ์ปลายี่สก จำนวน 999,999 ตัวคืนสู่แม่น้ำโขง
ขึ้น โดยมี นายเชิดศักดิ์ วงศ์กมลชุณห์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมประมง
เป็นประธานในพิธี

นายเชิดศักดิ์ วงศ์กมลชุณห์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมประมง
กล่าวว่า ปลายี่สกเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่มีความยาวถึง 1.50 เมตร
และเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักประมาณ 70 กก. พบในประเทศไทย,
ลาว,กัมพูชา,เวียดนาม และมาเลเซีย
ซึ่งถูกขึ้นบัญชีสัตว์น้ำที่ใกล้สูญพันธุ์
โดยสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ หรือ IUCN
ตั้งแต่ปี 2543 ในอดีตประเทศไทยเคยพบชุกชุมในลุ่มแม่น้ำโขง

แต่ปัจจุบันแทบไม่พบเลย เพราะปลายี่สกเป็นปลาที่มีรสชาติอร่อย
จึงถูกจับไปเป็นอาหารมาก ซึ่งไม่สมดุลต่อการเกิด
รวมทั้งปัญหาแหล่งน้ำเสื่อมโทรมที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
ซึ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดหนองคาย
ได้ทำการผสมเทียมพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2517
และในปี 2533 สามารถเพาะพันธุ์ปลายี่สกด้วยการผสมเทียม

โดยใช้พ่อแม่พันธุ์ที่เลี้ยงในบ่อดินได้สำเร็จ
ปลาที่นำมาปล่อยในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ประชากร 60
ล้านคนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำโขงตอนล่างได้รับประโยชน์ต่อไป.

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

หนองคายติวเข้มรับมือไข้หวัด 2009 ย้ำญาติใครกลับจากนอกรีบพบแพทย์

หนองคาย-สาธารณสุขร่วมกับปศุ สัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่
เร่งรณรงค์ให้ความรู้การป้องกันและเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 แก่อาสาสมัครในพื้นที่
พร้อมซ้อมแผนปฏิบัติงานหากเกิดการระบาดของโรคขึ้นจริง
ย้ำหากมีญาติเดินทางกลับจากต่างประเทศ
ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพป้องกันการระบาดของโรค

เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (13 พ.ค.)
ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่
ได้ร่วมกันจัดการอบรมให้ความรู้ประชาชนเพื่อรวมพลังสร้างเครือข่ายควบคุม
ป้องกันโรคไข้หวัดนกตามโครงการส่งเสริม และพัฒนาเครือข่ายศักยภาพของ
อสม.และชุมชนในการเตรียมความพร้อมรับปัญหาโรคไข้หวัดนก
และการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จังหวัดหนองคาย

นายชูชัช แก้วมณีชัย สาธารณสุขอำเภอศรีเชียงใหม่
ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อให้
อาสาสมัครสาธารณสุข และอาสาสมัครปศุสัตว์ ได้มีความรู้
ความเข้าใจที่ถูกต้องของโรค ทั้งอาการของโรค การติดต่อ
การป้องกันและควบคุมโรค พร้อมทั้งขอความร่วมมือกับทุกคน
หากมีญาติพี่น้องเดินทางกลับจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม
ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ
เพื่อจะได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสุขภาพร่างกาย
เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ในส่วนของนายศักดิ์สิทธิ์ ทิพยธร ปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่
ได้เน้นย้ำในการดูแลเฝ้าระวังโรคไข้หวัดในสุกรที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ในหมู่
บ้าน หากสุกรมีการติดเชื้อจะแสดงอาการทางระบบหายใจแบบเฉียบพลัน มีไข้สูง
ซึม เบื่ออาหาร ไอ จาม มีน้ำมูก อัตราการป่วยอาจสูงถึง 100%
แต่สุกรจะฟื้นและหายป่วยอย่างรวดเร็วภายใน 5-7 วัน
มักไม่พบการตายถ้าไม่มีการติดเชื้อแทรกซ้อน
ซึ่งหากสุกรที่เลี้ยงไว้มีอาการดังกล่าว
ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เพื่อเข้าทำการตรวจสอบและดูแลรักษาทันที

พร้อมกันนี้ได้มีการแบ่งกลุ่มอาสาสมัครให้ทำการฝึกซ้อมขั้นตอนกระบวน
การหากเกิดมีการระบาดของโรคไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ในพื้นที่ ตั้งแต่ขั้นต้องสงสัยไปจนถึงการประสานงานกับหน่วยงานราชการ
เพื่อป้องกันและควบคุมโรค
ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการเฝ้าระวังหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงในพื้นที่จะสามารถ
ควบคุมพื้นที่เกิดโรคได้อย่างทันท่วงที

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

พายุฝนกระหน่ำพัดบ้านเรือนชาวหนองคายพังหลายหลัง

หนองคาย - พายุฝนคะนองตลอดคืน แรงลมพัดบ้านเรือนเสียหาย
บางหลังหลังคาบ้านไม่เหลือซาก ขณะที่แต่เช้าวันนี้ท้องฟ้ายังครึ้ม
คาดอาจตกซ้ำลงมาอีก

วันนี้ (11 พ.ค.) หลังจากที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา และยังมีลมกระโชกแรงเป็นระยะ
ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองหนองคายเสียหายหลายหลังคาเรือน
โดยเฉพาะที่บ้านของนางคำ จันตะนี อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 315 หมู่ 1
ชุมชนวัดธาตุใต้ เขตเทศบาลเมืองหนองคาย
แรงลมที่มาพร้อมกับสายฝนได้พัดอย่างแรงจนทำให้หลังคาบ้านปลิวว่อนหลุดออก
ทั้งแถบ สังกะสีปลิวไปตกใกล้กับบ้านเพื่อนบ้าน

นางคำเล่าว่า พายุฝนเริ่มตั้งเค้าตั้งแต่ช่วงประมาณ 19.00 น.
และไม่นานฝนก็เทกระหน่ำลงมา พร้อมทั้งลมพัดโหมเป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมง
ประกอบกับบ้านอยู่ใกล้กับแม่น้ำโขง
ทำให้แรงลมพัดตรงมาที่บ้านจนหลังคาบ้านพัง ต้องรีบเก็บข้าวของเป็นการด่วน

ส่วนที่บ้านของนายปรีดา แก้วบุตตา อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่
539/1 หมู่ 5 ชุมชนดอนมน เขตเทศบาลเมืองหนองคาย
ก็ได้รับความเสียหายจากพายุฝนลูกดังกล่าวนี้ด้วย
โดยที่บริเวณหน้าบ้านซึ่งเจ้าของบ้านต่อออกมาเป็นหน้าร้านขายของ
ลมพายุได้พัดรุนแรงจนเสาหักและพังลงมา

อีกทั้งยังพัดข้าวของเครื่องครัวที่อยู่ข้างบ้านเสียหายเป็นจำนวนมาก
ต้นไม้ใหญ่ก็หักโค่นลงหวิดจะล้มทับบ้าน

อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
ท้องฟ้าที่ตัวเมืองหนองคาย มืดครึ้ม ปกคลุมไปด้วยเมฆฝนตั้งเค้าดำทะมึน

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052218

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ชาวบ้านแห่เข้าป่าขุดว่านจักจั่น เชื่อนำโชคหลังมีคนฝันให้หวยรับทรัพย์อื้อ

หนองคาย-ชาวบ้านแห่เข้าป่าขุดหาว่าน จักจั่น
ลำตัวเหมือนจักจั่นแต่ส่วนหัวมีเนื้อเยื่อยื่นออกมาคล้ายดอกเห็ด
เชื่อเป็นเครื่องรางนำโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย
หลังชาวบ้านโชคดีฝันเห็นจักจั่นใบ้หวย ถูกหวยถ้วนหน้า
ขุดขายได้ราคาดีตั้งแต่ 199-5,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอสังคม
จ.หนองคาย และอำเภอน้ำโสม จ.อุดรธานี จำนวนมาก
ต่างกันนำเสียมและอุปกรณ์ปลายแหลมเข้าป่าเพื่อขุดหาว่านจักจั่น
ซึ่งมีอยู่มากมายใต้พื้นดินลึกลงไปประมาณ 3 นิ้ว
โดยจะมีหัวยื่นออกมาโผล่พ้นพื้นดินคล้ายเห็ดเข็มทอง
แต่พอขุดลงไปกลับพบเป็นตัวจักจั่นมีหัวแหลม ปลายหัวมีหลายรูปแบบ
ทั้งแบบดอกบัวตูม, ดอกเข็มเล็ก, ดอกเห็ดเข็มทอง, แบบเขากวาง
และแบบงวงช้าง ว่านจักจั่นจะมีความยาวตั้งแต่ 3-5 นิ้ว
พอขุดว่านจักจั่นขึ้นมาได้ ตัวจักจั่นจะมีสีขาวและอ่อนนิ่ม
ชาวบ้านจะนำไปล้างเอาดินออกแล้วเคลือบแลกเกอร์
ให้ตัวจักจั่นแข็งตัวและเก็บไว้ได้นาน แล้วนำใส่กรอบเป็นเครื่องราง
เครื่องบูชา

นางต๋อย แก้วบัวละบัด อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 197 หมู่ 7
บ้านไทยรุ่งเรือง ต.นางัว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี กล่าวว่า
ได้มาขุดหาว่านจักจั่นตลอดทั้งวัน
และได้ว่านจักจั่นติดมือกลับบ้านทุกวันมากบ้างน้อยบ้าง เช่น บางวันได้ 10
ตัว บางวันได้เพียง 2 ตัว
ซึ่งว่านจักจั่นนี้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเครื่องรางนำโชค
โดยมีชาวบ้านคนหนึ่งถูกหวยทันทีหลังจากขุดเจอว่านจักจั่นเพียงวันเดียว

ในแต่ละวันจะมีชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ
มาขุดหาว่านจักจั่นกันจำนวนมาก ทั้งบริเวณป่าเขาขาด สวนป่ายูคาลิปตัส
หรือป่าละเมาะทั่วไปตามหมู่บ้าน ก็พบว่านจักจั่นเช่นเดียวกัน
และชาวบ้านได้นำว่านจักจั่นไปขายคู่ละ 199 บาท
และหากว่านจักจั่นคู่ไหนที่สมบูรณ์ ตัวอ้วน
หัวยื่นยาวและมีลักษณะสวยงามก็จะได้ราคาแพง และบางตัวราคาสูงถึง 5,000
บาท

ขณะนี้มีความต้องการว่านจักจั่นเป็นจำนวนมาก
ทำให้ชาวบ้านต่างพากันก้มหน้าก้มตาขุดหาว่านจักจั่นกันจ้าละหวั่น

นายรุ่งสวัสดิ์ วารีศรี อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201 หมู่ 1
ต.ศรีสำราญ อ.น้ำโสม เจ้าของร้านพระเครื่อง กล่าวว่า
ทุกวันจะมีชาวบ้านนำว่านจักจั่นนี้มาให้ทางร้านล้างดินออกให้
และเคลือบแลกเกอร์ เพราะหากไม่เคลือบแลกเกอร์ไว้
จะทำให้ตัวจักจั่นอ่อนนิ่มและเน่าทิ้ง
เมื่อเคลือบแห้งแล้วบางคนก็นำใส่กรอบพระ
บางคนก็ใส่กระปุกเก็บไว้เป็นเครื่องราง
โดยมีความเชื่อว่าว่านจักจั่นนี้เป็นเครื่องรางให้โชคลาภ
และยังเป็นเครื่องรางที่มีประจำรถไว้จะแคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ เนื่องจากหากจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะมีเสียงจักจั่นร้องเตือนคนขับให้รู้ตัว
ทำให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุมาแล้วหลายคน
นอกจากนี้ว่านจักจั่นนี้เป็นสิ่งแปลกและมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ทำให้ชาวบ้านต้องการเห็นและมีไว้ในครอบครองทำให้ความต้องการมีมากขึ้น

สำหรับว่านจักจั่นที่ชาวบ้านขุดหากันนั้น
มีลักษณะลำตัวเหมือนจักจั่นทุกอย่าง ตั้งแต่ดวงตา ลำตัว ขา
แต่มีบางอย่างติดอยู่ที่หัวจักจั่น
ทำให้ยังเป็นที่ข้องใจอยู่ว่าแท้จริงแล้วเป็นตัวจักจั่นที่อยู่ใต้ดิน
เจริญเติบโตอยู่ใต้ดิน
แต่มีเชื้อรามาเกาะบนหัวและยื่นยาวออกมาโผล่พ้นพื้นดิน
หรือจะเป็นพืชชนิดว่านตามที่ชาวบ้านเชื่อกัน

จากตรวจสอบลักษณะวงจรชีวิตของจักจั่นทราบว่า
เจ้าตัวจักจั่นมีวงจรชีวิตแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 จะเป็นไข นาน
4 เดือน โดยเจ้าตัวจักจั่นจะวางไข่ใต้เปลือกไม้ และต่อมาจะเป็นระยะที่ 2
ซึ่งเป็นตัวอ่อน โดยช่วงนี้จะมีระยะเวลายาวนานประมาณ 4-6 ปี
และช่วงที่เป็นตัวอ่อนนี้เอง เจ้าจักจั่นตัวอ่อนจะร่วงลงสู่พื้นดิน
แล้วใช้ขาหน้าขุดฝังตัวไปอาศัยอยู่ในดิน
แล้วดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากไม้เป็นอาหาร

ส่วนระยะสุดท้ายเป็นตัวเต็มวัย จะมีระยะเวลาเพียง 1-2 เดือน
ตัวจักจั่นจะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นไม้เป็นอาหาร
ส่วนแหล่งที่อยู่อาศัย เมื่อตัวเต็มวัยเกาะอยู่ตามกิ่งไม้
ถ้าในประเทศไทยจะพบมากที่ต้นกุง หรือกอหน่อไม้ ซึ่งจะพบมากในช่วงเดือน
เม.ย.- พ.ค. ของทุกปี


ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000050480

ด่านหนองคายเข้มสกัดลอบนำเข้าเหล้า-เบียร์จากลาว หลังรัฐบาลปรับขึ้นภาษี

หนองคาย - ศุลกากรหนองคาย ตรวจเข้มบุคคลเข้าออกประเทศ
พร้อมติดตั้งป้ายเตือนการซื้อสินค้า โดยเฉพาะสุรา เบียร์ บุหรี่
จากลาวในจำนวนจำกัด ป้องกันผู้ฉวยโอกาสลักลอบซื้อเหล้า เบียร์ ปริมาณมาก
หลังจากรัฐบาลมีมติปรับขึ้นภาษีเหล้า เบียร์แล้ว

นายภราดร พงษ์สุวรรณ นายด่านศุลกากรหนองคาย เปิดเผยว่า
หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม
แอลกอฮอล์ โดยเบียร์ปรับเพิ่มจาก 55% เป็น 60% เต็มเพดาน สุราขาว จาก
110% เป็น 120% สุราผสม จาก 280% เป็น 300% และบรั่นดี จาก 45% เป็น 48%
โดยมีผลตั้งแต่เวลา 24.00 น.ของวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา
จะส่งผลให้ราคาขายปลีกเบียร์ปรับเพิ่มขึ้น 4-5 บาทต่อขวด
สุราขาวปรับเพิ่มขึ้น 1.75-2.50 บาทต่อขวด สุราผสมปรับเพิ่มขึ้น 4-5
บาทต่อขวด และบรั่นดีปรับเพิ่มขึ้น 16-19 บาทต่อขวด

ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางไปยังประเทศลาวมักนิยมซื้อสินค้าประเภทเหล้า
เบียร์ หลากหลายประเภท ภายในร้านค้าปลอดภาษีของลาว
ซึ่งมีราคาถูกกว่าที่ซื้อภายในประเทศ แล้วนำกลับเข้ามาในประเทศ
ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ที่ซื้อสินค้าประเภทดังกล่าวนี้ในปริมาณมาก
เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยอนุญาตให้นำสุรา เบียร์ ไวน์
เข้ามาในประเทศได้ไม่เกิน 1 ลิตร

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว
เข้มงวดตรวจสอบ พร้อมทั้งติดป้ายข้อความขนาดใหญ่
เป็นคำเตือนประชาชนที่เดินทางออกนอกประเทศ
ในการซื้อสินค้าในปริมาณที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
เนื่องจากอาจมีผู้ลักลอบขนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ปรับขึ้นภาษีแล้วเข้ามาใน
ปริมาณมากเกินไป จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม
มีรายงานว่าขณะนี้รัฐบาลลาวได้พิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่นเดียวกัน
แต่ยังคงมีส่วนต่างระหว่างราคาที่ซื้อภายในร้านค้าปลอดภาษี
กับซื้อภายในประเทศไทยอยู่ประมาณหลักร้อยบาท
อาจทำให้ประชาชนเห็นว่าอย่างไรเสียซื้อที่ประเทศลาวก็ถูกกว่า
ทำให้มีความพยายามลักลอบ